ภาพประกอบเปรียบเทียบระบบสกรีนเสื้อ 4 แบบ ได้แก่ DTG, DTF, ซับลิเมชั่น และเครื่องรีดร้อน

บทความ

เครื่องพิมพ์เสื้อ 4 ระบบ สกรีนบล็อก Sublimation DTF DTG ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

ในบทความนี้
  1. ตารางเทียบ 4 ระบบในหน้าเดียว
  2. สกรีนบล็อก ระบบเก่าที่ยังไม่ตาย
  3. Sublimation หมึกซึมเข้าเนื้อผ้า
  4. DTF สติกเกอร์ที่ติดได้ทุกผ้า
  5. DTG พิมพ์ลงเสื้อเหมือนพิมพ์กระดาษ
  6. เลือกจาก 3 คำถามนี้ก่อน
  7. ตัวอย่างจากงานจริง
  8. สิ่งที่ต้องซื้อนอกจากเครื่องพิมพ์
  9. คำถามที่พบบ่อย
  10. สรุป

คนที่กำลังจะซื้อเครื่องพิมพ์เสื้อเครื่องแรกมักเจอคำว่า สกรีนบล็อก Sublimation DTF DTG ปนกันจนงง แต่ละร้านก็บอกว่าของตัวเองดีที่สุด ความจริงคือทั้งสี่ระบบดีคนละงาน บทความนี้อธิบายแต่ละระบบด้วยภาษาง่าย ๆ ว่ามันทำงานยังไง เหมาะกับผ้าอะไร จำนวนเท่าไหร่ และต้องมีอะไรบ้างนอกจากตัวเครื่องพิมพ์ อ่านจบแล้วควรตอบได้ว่าควรเอาเสื้อไปลองระบบไหนก่อน

ตารางเทียบ 4 ระบบในหน้าเดียว

สกรีนบล็อกSublimationDTFDTG
วิธีทำงานปาดหมึกผ่านแม่พิมพ์ทีละสีพิมพ์กระดาษแล้วรีด หมึกซึมเข้าเส้นใยพิมพ์ฟิล์ม โรยกาว แล้วรีดพิมพ์ลงเสื้อโดยตรง
ผ้าที่เหมาะทุกชนิดโพลีเอสเตอร์สีอ่อนเกือบทุกชนิด ทุกสีคอตตอน สีอ่อนง่ายสุด
จำนวนที่คุ้มหลักสิบถึงหลักร้อยตัวต่อลาย1 ตัวขึ้นไป1 ตัวขึ้นไป1 ตัวขึ้นไป
จำนวนสีในลายยิ่งมากยิ่งแพงไม่จำกัดไม่จำกัดไม่จำกัด
สัมผัสลายมีชั้นหมึกบนผ้าไม่รู้สึกเลยมีชั้นฟิล์มบาง ๆนุ่ม ซึมในผ้า
เสื้อสีเข้มได้ไม่ได้ได้ได้ แต่ต้องรองพื้น ช้ากว่า

สกรีนบล็อก ระบบเก่าที่ยังไม่ตาย

สกรีนบล็อกคือการขึงผ้าตาข่ายบนกรอบ ปิดส่วนที่ไม่ต้องการหมึก แล้วเอายางปาดหมึกผ่านตาข่ายลงเสื้อ ลายหนึ่งสีใช้บล็อกหนึ่งอัน ลายสี่สีใช้สี่อัน การทำบล็อกแต่ละอันต้องพิมพ์ฟิล์ม ฉายแสง ล้าง และตาก เสียเวลาเป็นชั่วโมง นี่คือเหตุผลที่สกรีนบล็อกไม่คุ้มกับงานตัวเดียว แต่พอขึ้นบล็อกเสร็จแล้ว ปาดตัวที่ 300 กับตัวที่ 1 ใช้เวลาเท่ากันและหมึกถูกมาก

เหมาะกับเสื้อกิจกรรม เสื้อบริษัท เสื้อโรงเรียน ที่ลายมีสีไม่กี่สีและสั่งทีละมาก ๆ ไม่เหมาะกับภาพถ่าย ลายไล่สี หรืองานที่ลูกค้าสั่งตัวเดียว สิ่งที่ร้านสกรีนบล็อกยังต้องใช้เครื่องพิมพ์คือการพิมพ์ฟิล์มทำบล็อก อ่านได้ในบทความ ฟิล์มถ่ายบล็อกสกรีน

Sublimation หมึกซึมเข้าเนื้อผ้า

ซับลิเมชั่นใช้หมึกพิเศษที่พอโดนความร้อนราว 200 องศาจะกลายเป็นไอแล้วซึมเข้าไปในเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ขั้นตอนคือพิมพ์ลายกลับด้านลงกระดาษซับลิเมชั่น วางคว่ำบนเสื้อ รีดด้วยเครื่องรีดร้อน หมึกจะย้ายจากกระดาษเข้าไปอยู่ในผ้า ผลคือลายที่จับแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย ซักกี่ครั้งก็ไม่ลอก เพราะไม่มีอะไรเกาะอยู่บนผิว

ข้อจำกัดใหญ่มีสองข้อ หนึ่ง ต้องเป็นโพลีเอสเตอร์ คอตตอนแท้จะซักแล้วสีหาย สอง หมึกโปร่งแสง พิมพ์บนเสื้อสีเข้มมองไม่เห็น เพราะไม่มีหมึกขาว เสื้อกีฬา เสื้อวิ่ง เสื้อบอล จึงเป็นงานหลักของระบบนี้ รวมถึงของที่ไม่ใช่เสื้ออย่างแก้วเคลือบ แผ่นอะลูมิเนียม และปลอกหมอน

เครื่องในร้านเราเริ่มที่ Epson SureColor F530 หน้ากว้าง 24 นิ้วสำหรับร้านเริ่มต้น ขึ้นไปเป็น F6430 44 นิ้วที่พิมพ์ได้ถึง 78.3 ตารางเมตรต่อชั่วโมงตามสเปกผู้ผลิต จนถึง F9530 64 นิ้วสำหรับโรงงาน

DTF สติกเกอร์ที่ติดได้ทุกผ้า

DTF พิมพ์ลายลงฟิล์มใส พ่นหมึกขาวทับด้านหลัง โรยผงกาวขณะหมึกยังเปียก อบให้กาวละลาย แล้วเอาไปรีดติดเสื้อ เพราะสิ่งที่ยึดลายคือกาว ไม่ใช่หมึก มันจึงติดได้กับผ้าเกือบทุกชนิดและทุกสี คอตตอน โพลีเอสเตอร์ ผ้าผสม ไนลอน หนัง และพิมพ์เก็บฟิล์มไว้ก่อน ค่อยรีดทีหลังได้

ข้อเสียคือมีชั้นฟิล์มบาง ๆ บนผิวผ้า ลายใหญ่ทึบจะรู้สึกได้ และมีขั้นตอนผงกับเตาอบที่ต้องมีพื้นที่และการระบายอากาศ เครื่องระดับผลิตอย่าง Epson SureColor G6030 หน้ากว้าง 35 นิ้ว มีชุดโรยผงต่อพ่วงทำขั้นตอนนี้ให้เอง อ่านเทียบกับ DTG แบบละเอียดใน DTF กับ DTG ต่างกันอย่างไร

DTG พิมพ์ลงเสื้อเหมือนพิมพ์กระดาษ

DTG วางเสื้อบนแท่นแล้วหัวพิมพ์พ่นหมึกลงผ้าโดยตรง ไม่มีกระดาษ ไม่มีฟิล์ม หมึกน้ำซึมเข้าเส้นใยคอตตอนได้ดี ทำให้ลายนุ่มที่สุดในสี่ระบบ เหมาะกับเสื้อแบรนด์ เสื้อเด็ก และงานภาพถ่ายที่สั่งทีละตัว

เสื้อสีเข้มทำได้แต่ต้องพ่นน้ำยารองพื้นและพ่นหมึกขาวก่อน ใช้เวลาและหมึกมากขึ้นหลายเท่า ตัวเลขจาก Epson เช่น SC-F2230 พิมพ์เสื้อสีอ่อนราว 43 วินาที แต่เสื้อสีเข้มราว 142 วินาทีในโหมดทดสอบ รุ่นในร้านมีตั้งแต่ SC-F1030 ตั้งโต๊ะได้ ถึง SC-F2230 ที่ทำ DTF ได้ด้วยในเครื่องเดียว

เลือกจาก 3 คำถามนี้ก่อน

1. ลูกค้าสั่งเสื้อผ้าอะไร

โพลีเอสเตอร์สีอ่อนเป็นหลัก ซับลิเมชั่นชนะขาด คอตตอนสีอ่อนเป็นหลัก DTG ให้สัมผัสดีสุด ผ้าปนกันหลายชนิด หลายสี DTF จบทุกงานในเครื่องเดียว

2. สั่งทีละกี่ตัวต่อลาย

ถ้าเกินร้อยตัวต่อลายและสีไม่เกินสามสี่สี สกรีนบล็อกถูกสุด ถ้าสั่งทีละตัวหรือหลักหน่วยและเปลี่ยนลายบ่อย ตัดสกรีนบล็อกออกไปได้เลย

3. มีพื้นที่และคนดูแลแค่ไหน

ซับลิเมชั่นดูแลง่ายสุด เปิดเครื่องแล้วพิมพ์ได้เลย ทิ้งไว้หลายวันก็ไม่เป็นไร DTF และ DTG มีหมึกขาวที่ต้องเขย่าและใช้งานสม่ำเสมอ หยุดนานหลายวันหมึกจะตกตะกอน สกรีนบล็อกต้องมีพื้นที่ล้างบล็อกและจัดการน้ำเสีย

ตัวอย่างจากงานจริง

  • เสื้อวิ่งงานมาราธอน โพลีเอสเตอร์ ลายเต็มตัว 500 ตัว ใช้ Sublimation เพราะลายเต็มตัวทำระบบอื่นยากและต้องระบายเหงื่อ
  • เสื้อแบรนด์คอตตอนสีขาว ภาพพิมพ์ลายละ 20 ตัว ใช้ DTG สัมผัสนุ่มขายราคาได้สูงกว่า
  • โลโก้บริษัท 5 สีบนเสื้อโปโล เสื้อช็อป และหมวก รวม 80 ชิ้น ใช้ DTF พิมพ์ฟิล์มชุดเดียวรีดได้ทุกชิ้น
  • เสื้องานวิ่งการกุศล โลโก้สีเดียว 2,000 ตัว ใช้สกรีนบล็อก ต้นทุนต่อตัวต่ำที่สุด

สิ่งที่ต้องซื้อนอกจากเครื่องพิมพ์

ทุกระบบยกเว้นสกรีนบล็อกต้องมีเครื่องรีดร้อน อ่านวิธีเลือกได้ใน เครื่องรีดร้อนมีกี่แบบ นอกจากนั้น Sublimation ต้องมีกระดาษซับลิเมชั่น DTF ต้องมีฟิล์ม ผงกาว และเตาอบ DTG ต้องมีน้ำยารองพื้นและอุปกรณ์พ่น ทุกระบบต้องมีคอมพิวเตอร์กับซอฟต์แวร์เตรียมไฟล์ เวลาเทียบราคาให้เทียบทั้งชุด ไม่ใช่เทียบแค่ตัวเครื่องพิมพ์

คำถามที่พบบ่อย

เริ่มต้นงบน้อยสุดคือระบบไหน

Sublimation เริ่มได้ด้วยเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กกับเครื่องรีดหนึ่งตัว และดูแลง่ายที่สุด แต่ขายได้เฉพาะเสื้อโพลีเอสเตอร์สีอ่อน ถ้าลูกค้าต้องการคอตตอนหรือเสื้อสีเข้ม ต้องขยับไป DTF หรือ DTG ซึ่งเริ่มที่หลักแสนขึ้นไป

ระบบไหนทนซักที่สุด

ซับลิเมชั่นบนโพลีเสเตอร์ทนที่สุด เพราะสีอยู่ในเส้นใย ไม่มีอะไรให้หลุด สกรีนบล็อกที่อบถูกต้องทนรองลงมา DTF และ DTG ทนได้ดีถ้าอบและรีดตามสูตร แต่พลาดขั้นตอนเมื่อไหร่จะเห็นผลหลังซักไม่กี่ครั้ง

ซื้อเครื่องเดียวทำได้หลายระบบไหม

มี Epson SC-F2230 ที่ทำได้ทั้ง DTG และ DTF ส่วนซับลิเมชั่นใช้หมึกคนละชนิด ต้องแยกเครื่อง แต่เครื่องรีดร้อนตัวเดียวใช้ร่วมกันได้ทุกระบบ

สรุป

จำง่าย ๆ โพลีเอสเตอร์สีอ่อนใช้ Sublimation คอตตอนสัมผัสนุ่มใช้ DTG ผ้าหลายชนิดหลายสีใช้ DTF จำนวนมากสีน้อยใช้สกรีนบล็อก ดูเครื่องทุกระบบพร้อมราคาได้ที่หน้า เครื่องพิมพ์สกรีนเสื้อ Epson ทุกระบบ หรือเอาเสื้อกับไฟล์จริงมาลองพิมพ์ที่ร้าน นัดได้ที่ หน้าติดต่อ