ตัวแทนจำหน่าย Epson SureColor แท้ 100% · บริการติดตั้งและอบรมถึงหน้างาน

จ.–ส. 9:00–18:00 น.

083-764-2255 / 083-848-9111

เครื่องพิมพ์ฟิล์ม Epson สำหรับถ่ายบล็อกสกรีน ใช้หมึกแท้ ไม่ต้องแปลงระบบหมึก

Uncategorized

เครื่องพิมพ์ฟิล์ม Epson สำหรับถ่ายบล็อกสกรีน ใช้หมึกแท้ ไม่ต้องแปลงระบบหมึก

ในบทความนี้
  1. ทำไมความดำของ Film Positive จึงสำคัญกับงานถ่ายบล็อกสกรีน?
  2. ปัญหาของการเปลี่ยนเครื่องไปใช้หมึกสำหรับพิมพ์ฟิล์มโดยเฉพาะ
  3. แล้ว Epson รุ่นไหนน่าสนใจสำหรับงาน Film Positive?
  4. 1. Epson SureColor P5330 – หน้ากว้าง 17 นิ้ว
  5. 2. Epson SureColor T3730 – หน้ากว้าง 24 นิ้ว
  6. 3. Epson SureColor T5730D – หน้ากว้าง 36 นิ้ว
  7. 4. Epson SureColor T7730D – หน้ากว้าง 44 นิ้ว
  8. 5. Epson SureColor G6030 – หน้ากว้าง 35.5 นิ้ว
  9. ทำไมแนวคิด “ไม่แปลงหมึก” จึงน่าสนใจ?
  10. Film Positive ที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Printer เพียงอย่างเดียว
  11. เลือกรุ่นไหนดี?
  12. สรุป
  13. เครื่องพิมพ์ฟิล์มไม่ได้ใช้เฉพาะงานถ่ายบล็อกสกรีน
  14. เครื่องพิมพ์ฟิล์มสำหรับงานถ่ายบล็อกสกรีน
  15. เครื่องพิมพ์ฟิล์มสำหรับงาน Spot UV
  16. งาน Spot UV ต้องการรายละเอียดของฟิล์มที่ดี
  17. เครื่องพิมพ์ฟิล์มสำหรับงานออฟเซ็ตสีเดียว
  18. จากไฟล์ Artwork สู่ฟิล์มด้วยระบบ Inkjet
  19. RIP Software สำคัญอย่างไรกับการพิมพ์ฟิล์ม?
  20. เครื่องพิมพ์ฟิล์มหน้ากว้าง ช่วยเปิดตลาดงานได้มากกว่า
  21. ทำไมเครื่องพิมพ์ Epson ที่ไม่ต้องแปลงหมึกจึงน่าสนใจ?
  22. ใครบ้างที่ควรมีเครื่องพิมพ์ฟิล์ม?
  23. สรุป: เครื่องพิมพ์ฟิล์มหนึ่งเครื่อง สามารถรองรับงานได้มากกว่าที่คิด
  24. ปรึกษาเลือกเครื่องพิมพ์ฟิล์มสำหรับธุรกิจของคุณ

การพิมพ์ Film Positive หรือฟิล์มสำหรับถ่ายบล็อกสกรีน ด้วยเครื่องพิมพ์ Inkjet เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในธุรกิจงานสกรีน เพราะสามารถผลิตฟิล์มจากไฟล์ดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว รองรับตั้งแต่งานขนาดเล็กไปจนถึงงาน Large Format และสามารถควบคุมรายละเอียดของลายเส้น ตัวอักษร Halftone และ Registration Mark ได้ตามลักษณะงาน

แต่หัวใจสำคัญของการทำฟิล์มสำหรับถ่ายบล็อก ไม่ได้อยู่ที่ความละเอียดของเครื่องพิมพ์เพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือ ความดำทึบของ Film Positive ต้องสามารถบังแสงได้อย่างเหมาะสม รวมถึงต้องเลือกฟิล์ม ซอฟต์แวร์ RIP การตั้งค่าการพิมพ์ และกระบวนการ Exposure ให้ทำงานสัมพันธ์กัน

บทความนี้จะพาไปรู้จัก เครื่องพิมพ์ฟิล์ม Epson หลายขนาด ตั้งแต่ 17, 24, 35.5, 36 ไปจนถึง 44 นิ้ว สำหรับประยุกต์ใช้กับงานถ่ายบล็อกสกรีน รวมถึงงาน Spot UV และงานออฟเซ็ตสีเดียว โดยเน้นแนวทางการใช้ หมึกแท้และระบบหมึกเดิมของเครื่อง โดยไม่ต้องเริ่มต้นด้วยการแปลงระบบหมึก

ขั้นตอนการทำฟิล์มถ่ายบล็อกสกรีน Film Positive ตั้งแต่ออกแบบไฟล์ พิมพ์ฟิล์ม ฉายแสง ล้างบล็อก จนถึงงานสกรีน
กระบวนการทำ Film Positive สำหรับถ่ายบล็อกสกรีน ตั้งแต่เตรียม Artwork พิมพ์ฟิล์ม นำฟิล์มถ่ายบล็อก ฉายแสง ล้างบล็อก และนำไปสกรีนชิ้นงาน

ทำไมความดำของ Film Positive จึงสำคัญกับงานถ่ายบล็อกสกรีน?

เครื่องพิมพ์ Inkjet ทั่วไปได้รับการพัฒนาเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน เช่น พิมพ์ภาพถ่าย พิมพ์ Canvas สติกเกอร์ โปสเตอร์ ฉลากสินค้า หรืองานกราฟิก

ผู้ผลิตจึงให้ความสำคัญกับเรื่องความถูกต้องของสี ความสวยงาม รายละเอียดของภาพ และคุณสมบัติของงานพิมพ์ มากกว่าการทำให้หมึกดำมีความทึบสูงที่สุดเพื่อใช้บังแสงในการถ่ายบล็อกสกรีน

แต่สำหรับ Film Positive สิ่งที่เราต้องการแตกต่างออกไป

เมื่อนำฟิล์มไปวางบนบล็อกสกรีนที่เคลือบอิมัลชันแล้วเข้าสู่กระบวนการฉายแสง บริเวณภาพบนฟิล์มจำเป็นต้องสามารถบังแสงได้เหมาะสม หากพื้นที่ดำบนฟิล์มมีความทึบไม่เพียงพอ แสงอาจผ่านบริเวณที่ไม่ต้องการได้ และส่งผลต่อรายละเอียดของบล็อกหลังการฉายแสงและล้างบล็อก

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ คุณภาพของ Film Positive ไม่ได้พิจารณาเพียงว่าภาพที่มองด้วยตา “ดำหรือไม่ดำ” เท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับกระบวนการถ่ายบล็อกด้วย

ปัญหาของการเปลี่ยนเครื่องไปใช้หมึกสำหรับพิมพ์ฟิล์มโดยเฉพาะ

หนึ่งในวิธีที่ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความดำของ Film Positive คือการเปลี่ยนจากหมึกเดิมของเครื่องไปเป็นหมึกสำหรับงาน Film Positive โดยเฉพาะ

วิธีดังกล่าวสามารถตอบโจทย์เรื่องความดำได้ แต่สิ่งที่ผู้ซื้อเครื่องพิมพ์ใหม่ควรพิจารณาคือ การเปลี่ยนหรือดัดแปลงระบบหมึกอาจส่งผลต่อเงื่อนไขการรับประกันของผู้ผลิต

ดังนั้น หากสามารถเลือกเครื่องพิมพ์ที่นำ หมึกแท้จากผู้ผลิต มาประยุกต์ใช้กับงาน Film Positive ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนระบบหมึก ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาเครื่องให้อยู่ในระบบเดิมของผู้ผลิต

แล้ว Epson รุ่นไหนน่าสนใจสำหรับงาน Film Positive?

จากแนวทางที่รวบรวมไว้ เราจะเน้นเครื่องพิมพ์ Epson ตั้งแต่หน้ากว้างประมาณ 17 นิ้วขึ้นไป โดยมีรุ่นที่น่าสนใจดังนี้

รุ่นหน้ากว้างจุดเด่นตามบทความ
Epson SureColor P533017 นิ้วความละเอียดสูง เหมาะกับงานรายละเอียด
Epson SureColor T373024 นิ้วCAD / Poster และประยุกต์พิมพ์ฟิล์ม
Epson SureColor G603035.5 นิ้วระบบ Pigment CMYK + White
Epson SureColor T5730D36 นิ้วหน้ากว้างขึ้นและรองรับวัสดุ 2 ม้วน
Epson SureColor T7730D44 นิ้วเหมาะกับ Film Positive ขนาดใหญ่

1. Epson SureColor P5330 – หน้ากว้าง 17 นิ้ว

เครื่องพิมพ์ภาพถ่ายคุณภาพสูง Epson SureColor P5330 หมึก 10 สี ขนาด A2

สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับ รายละเอียดของ Film Positive รุ่น P5330 เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นเครื่องพิมพ์ที่เน้นคุณภาพของภาพและมีความละเอียดสูง

ตามข้อมูลที่รวบรวมไว้ เครื่องมีความละเอียดในการพิมพ์สูงสุดถึง

5,760 × 1,440 dpi

และมีขนาดหยดหมึกเล็กสุด

1.5 pl

จึงมีจุดเด่นในด้านการสร้างรายละเอียดขนาดเล็กและความคมชัดของงานพิมพ์

แม้ตัวเครื่องจะใช้ระบบหมึกหลายสีสำหรับงานภาพถ่าย แต่สำหรับการประยุกต์ใช้งาน Film Positive จุดที่บทความให้ความสำคัญคือ Photo Black

นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานวัสดุได้ทั้งแบบม้วนและแบบแผ่น เช่น A4, A3 และ A2 จึงเหมาะกับร้านที่ต้องการความยืดหยุ่นด้านขนาดของงาน

Download Brochure

2. Epson SureColor T3730 – หน้ากว้าง 24 นิ้ว

เครื่องพิมพ์แบบแปลน CAD Epson SureColor T3730E ขนาด A1 หน้ากว้าง 24 นิ้ว

หากต้องการขยับจากเครื่องขนาด 17 นิ้วขึ้นมาสู่เครื่อง Large Format ที่สามารถรองรับงานได้กว้างขึ้น Epson SureColor T3730 เป็นรุ่นที่น่าสนใจอย่างมาก

ตัวเครื่องถูกพัฒนามาสำหรับงาน CAD/CAM และ Poster และมีหน้ากว้าง 24 นิ้ว

จุดที่ทำให้รุ่นนี้น่าสนใจสำหรับการนำมาประยุกต์กับ Film Positive คือระบบหมึก 6 สี และมี Photo Black ซึ่งในบทความต้นฉบับถูกนำมาเป็นจุดสำคัญสำหรับการพิมพ์ฟิล์ม

สเปกสำคัญ

Maximum Print Resolution: 2,400 × 1,200 dpi
Minimum Ink Droplet Size: 3.5 pl

ข้อได้เปรียบของ T3730 คือ เมื่อไม่ได้ผลิต Film Positive เครื่องยังสามารถนำไปใช้กับงานหลักของเครื่อง เช่น แบบแปลน CAD และ Poster ได้

ดังนั้น สำหรับร้านที่ไม่ได้มีงานฟิล์มตลอดทั้งวัน เครื่องหนึ่งเครื่องจึงสามารถสร้างงานได้หลายประเภท แทนที่จะซื้อเครื่องมาเพื่อผลิต Film Positive เพียงอย่างเดียว

และที่สำคัญคือแนวทางของเราจะเน้น การใช้งานโดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบหมึกเดิมของเครื่อง

Download Brochure

3. Epson SureColor T5730D – หน้ากว้าง 36 นิ้ว

เครื่องพิมพ์แบบแปลนพร้อมสแกนเนอร์ในตัว Epson SureColor T5730DM ขนาด 36 นิ้ว (ภาพปก)

เมื่อธุรกิจต้องการผลิตฟิล์มที่มีขนาดใหญ่ขึ้น รุ่น Epson SureColor T5730D เพิ่มหน้ากว้างขึ้นเป็น 36 นิ้ว

พื้นฐานการใช้งานยังคงครอบคลุม CAD/CAM และ Poster เช่นเดียวกับกลุ่ม T-Series และตามข้อมูลในบทความใช้ระบบหมึก 6 สี พร้อม Photo Black

สเปกสำคัญ

Maximum Print Resolution: 2,400 × 1,200 dpi
Minimum Ink Droplet Size: 3.5 pl

อีกหนึ่งความแตกต่างที่สำคัญคือ รองรับวัสดุการพิมพ์ได้ครั้งละ 2 ม้วน

คุณสมบัตินี้ช่วยเพิ่มความคล่องตัวสำหรับร้านที่มีงานหลายประเภท เช่น สามารถเตรียม Media แตกต่างกันไว้ในเครื่อง หรือใช้ประโยชน์จากระบบม้วนตาม Workflow ของร้าน

หน้ากว้าง 36 นิ้วยังเปิดโอกาสให้ผลิต Film Positive สำหรับบล็อกขนาดใหญ่ขึ้นได้อีกด้วย

Download Brochure

4. Epson SureColor T7730D – หน้ากว้าง 44 นิ้ว

Epson SureColor T7730DM

สำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่การพิมพ์มากกว่า 36 นิ้ว สามารถขยับขึ้นมาเป็น Epson SureColor T7730D หน้ากว้าง 44 นิ้ว

จากข้อมูลในเอกสาร รุ่นนี้อยู่ในกลุ่มเครื่องสำหรับ CAD/CAM และ Poster เช่นเดียวกัน และมีความละเอียดสูงสุด 2,400 × 1,200 dpi กับ Minimum Ink Droplet Size 3.5 pl

จุดที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจสกรีนคือ พื้นที่การพิมพ์ขนาดใหญ่

เมื่อ Artwork หรือบล็อกมีขนาดใหญ่ การมีเครื่องหน้ากว้างช่วยลดข้อจำกัดในการจัดวางงานบน Film Positive และยังสามารถใช้พื้นที่บนม้วนฟิล์มจัด Layout งานหลายชิ้นได้ตามความเหมาะสม

ขณะเดียวกัน เมื่อไม่มีงานฟิล์ม เครื่องยังสามารถกลับไปผลิต CAD, Poster และงานอื่นตามความสามารถของเครื่องได้

Download Brochure

5. Epson SureColor G6030 – หน้ากว้าง 35.5 นิ้ว

G6030 แตกต่างจาก T-Series และ P-Series ค่อนข้างชัดเจน

ตามข้อมูลที่รวบรวมไว้ Epson SureColor G6030 เป็นเครื่องพิมพ์ระบบ Pigment ที่ใช้ชุดสี CMYK + White และมีระบบการทำงานร่วมกับ Epson RIP / Epson Edge Print Pro

สเปกที่ระบุในเอกสาร

Maximum Resolution: 1,200 × 600 dpi

จุดที่บทความเดิมให้ความสำคัญอีกประการคือ ความจุของหมึกที่สูงถึง 1.6 ลิตร และต้นทุนหมึกที่ค่อนข้างประหยัดเมื่อเปรียบเทียบในลักษณะการใช้งานที่มีปริมาณงานสูง

ดังนั้น G6030 จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งสำหรับธุรกิจที่ต้องการเครื่องขนาดใหญ่และมีปริมาณงานต่อเนื่อง แต่ลักษณะเครื่องและ Workflow แตกต่างจากกลุ่ม T-Series และ P-Series จึงควรพิจารณาตามงานหลักของธุรกิจด้วย

Download Brochure

ทำไมแนวคิด “ไม่แปลงหมึก” จึงน่าสนใจ?

นี่คือหัวใจสำคัญของบทความนี้

หากเราซื้อเครื่องพิมพ์ใหม่มาแล้วเปลี่ยนระบบหมึกทันที แม้จะได้คุณสมบัติของหมึกที่ออกแบบมาสำหรับ Film Positive โดยเฉพาะ แต่ก็ต้องพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเงื่อนไขการรับประกัน

ในทางกลับกัน หากสามารถสร้าง Workflow ที่เหมาะสมโดยยังคงใช้ หมึกแท้และระบบเดิมของเครื่อง ก็ช่วยลดความจำเป็นในการดัดแปลงเครื่องตั้งแต่เริ่มต้น

และเครื่องยังคงสามารถนำไปใช้ทำงานตามวัตถุประสงค์หลักของแต่ละรุ่นได้อีกด้วย

นี่คือความคุ้มค่าที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจ

ซื้อเครื่องหนึ่งเครื่อง แต่ไม่ได้จำกัดว่าต้องรับเฉพาะงาน Film Positive เท่านั้น

ตัวอย่างเช่น T-Series สามารถรับงาน CAD, แบบก่อสร้าง, Poster และงานกราฟิกควบคู่ไปกับการประยุกต์ใช้ผลิตฟิล์มได้ ขณะที่ P5330 สามารถใช้ศักยภาพด้านงานภาพคุณภาพสูงได้ด้วย

Film Positive ที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Printer เพียงอย่างเดียว

อีกเรื่องที่ควรทำความเข้าใจก่อนลงทุนคือ การได้ Film Positive ที่เหมาะกับการถ่ายบล็อกไม่ได้ขึ้นอยู่กับความละเอียดของ Printer เพียงอย่างเดียว

Printer + Ink + Film + Software/RIP + การตั้งค่า + Exposure

ต้องทำงานสัมพันธ์กัน

ดังนั้น ก่อนนำเครื่องรุ่นใดไปใช้ผลิตจริง ควรทดลองกับชนิดฟิล์มและระบบถ่ายบล็อกที่ร้านใช้อยู่ เพื่อหาระดับการพิมพ์และการฉายแสงที่เหมาะสม

โดยเฉพาะงานที่มี Halftone, ตัวอักษรขนาดเล็ก หรือลายเส้นละเอียด การตั้งค่า Workflow มีผลต่อคุณภาพของบล็อกอย่างมาก

เลือกรุ่นไหนดี?

ถ้าต้องการ ขนาดกะทัดรัดและเน้นรายละเอียดสูง P5330 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ถ้าต้องการ ความสมดุลระหว่างราคา ขนาด และความหลากหลายของงาน T3730 ขนาด 24 นิ้ว เป็นรุ่นที่ควรพิจารณา

ถ้าต้องการ Film Positive ขนาดใหญ่ขึ้นและการทำงานระดับ Production สามารถขยับเป็น T5730D 36 นิ้ว หรือ T7730D 44 นิ้ว

ส่วน G6030 เป็นอีกแนวทางหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องขนาดใหญ่และ Workflow ที่แตกต่างจาก Technical Printer

สรุป

การนำเครื่องพิมพ์ Inkjet มาผลิต Film Positive สำหรับถ่ายบล็อกสกรีน ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการดัดแปลงเครื่องหรือเปลี่ยนระบบหมึกเสมอไป

เครื่องพิมพ์ Epson บางรุ่นมีคุณสมบัติที่สามารถนำมาพัฒนาเป็น Workflow สำหรับงานฟิล์มได้ โดยยังคงใช้ระบบหมึกเดิมของเครื่อง ทั้งนี้คุณภาพของ Film Positive จะขึ้นอยู่กับการเลือกเครื่อง ฟิล์ม การตั้งค่าการพิมพ์ และกระบวนการถ่ายบล็อกร่วมกัน

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ เครื่องหนึ่งเครื่องสามารถสร้างงานได้มากกว่าหนึ่งประเภท

สำหรับร้านสกรีน นั่นหมายถึงนอกจากผลิตฟิล์มแล้ว ยังสามารถนำศักยภาพของเครื่องไปสร้างรายได้จากงานอื่นตามความสามารถของแต่ละรุ่นได้อีกด้วย

หากกำลังมองหาเครื่องพิมพ์สำหรับ Film Positive / ฟิล์มถ่ายบล็อกสกรีน และต้องการเลือกขนาดเครื่องให้เหมาะกับงาน สามารถสอบถามรายละเอียด ทดลองพิมพ์ หรือปรึกษาการเลือกเครื่องได้

เครื่องพิมพ์ฟิล์มไม่ได้ใช้เฉพาะงานถ่ายบล็อกสกรีน

หลายคนเมื่อพูดถึง เครื่องพิมพ์ฟิล์ม อาจนึกถึงการพิมพ์ Film Positive เพื่อนำไปถ่ายบล็อกซิลค์สกรีนเป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริง การผลิตฟิล์มด้วยเครื่องพิมพ์ระบบ Inkjet สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกระบวนการผลิตงานพิมพ์ได้อีกหลายประเภท

โดยเฉพาะธุรกิจโรงพิมพ์ ร้านสกรีน ร้านทำบล็อก และผู้ประกอบการงานหลังการพิมพ์ที่ต้องการสร้างฟิล์มจากไฟล์ดิจิทัลด้วยตัวเอง

ตัวอย่างงานที่สามารถนำระบบพิมพ์ฟิล์มไปประยุกต์ใช้ ได้แก่

  • ฟิล์มสำหรับถ่ายบล็อกสกรีน
  • Film Positive สำหรับงาน Silk Screen
  • ฟิล์มสำหรับทำบล็อก Spot UV
  • ฟิล์มสำหรับงานออฟเซ็ตสีเดียว
  • ฟิล์มสำหรับงาน Registration Mark
  • ฟิล์มสำหรับ Die Cut Mark
  • ฟิล์มสำหรับงานบล็อกและกระบวนการผลิตเฉพาะทางอื่น ๆ

หัวใจสำคัญของงานเหล่านี้คล้ายกัน คือ ต้องการสร้างภาพ ลายเส้น ตัวอักษร หรือพื้นที่ทึบบนฟิล์มให้มีรายละเอียดเพียงพอสำหรับนำไปใช้ในกระบวนการผลิตขั้นต่อไป

ดังนั้น หากเลือกเครื่องพิมพ์และ Workflow ได้เหมาะสม เครื่องพิมพ์ฟิล์มหนึ่งเครื่องจึงสามารถรองรับลูกค้าได้มากกว่ากลุ่มร้านซิลค์สกรีนเพียงอย่างเดียว

เครื่องพิมพ์ฟิล์มสำหรับงานถ่ายบล็อกสกรีน

หนึ่งในการใช้งานหลักคือ เครื่องพิมพ์ฟิล์มสำหรับงานถ่ายบล็อกสกรีน หรือการผลิต Film Positive จากไฟล์ Artwork ก่อนนำไปสร้างบล็อกสกรีน

กระบวนการโดยทั่วไปเริ่มจากการเตรียม Artwork และแยกสีตามจำนวนสีที่ต้องการสกรีน จากนั้นจึงพิมพ์แต่ละ Separation ลงบนฟิล์ม

ฟิล์มที่ได้จะถูกนำไปประกบกับบล็อกสกรีนที่เคลือบ Photo Emulsion และเข้าสู่กระบวนการฉายแสง เมื่อผ่านขั้นตอนล้างบล็อกจึงได้พื้นที่เปิดสำหรับให้หมึกสกรีนผ่านลงไปยังวัสดุ

ด้วยเหตุนี้ ความคมชัดของลายเส้น ความสม่ำเสมอของพื้นที่ดำ และความสามารถในการบังแสงของฟิล์ม จึงมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของบล็อกที่ได้

สำหรับงานที่มีตัวอักษรขนาดเล็ก เส้นบาง หรือ Halftone การควบคุมรายละเอียดบน Film Positive ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น

เครื่องพิมพ์ที่มีความละเอียดสูง ประกอบกับการเลือก Inkjet Film และการตั้งค่าที่เหมาะสม จึงช่วยให้สามารถสร้างฟิล์มสำหรับงานสกรีนได้ตั้งแต่งานทั่วไปไปจนถึง Artwork ที่มีรายละเอียดสูง

ใช้พิมพ์ฟิล์มแยกสีสำหรับงานสกรีนหลายสีได้

สำหรับงาน Silk Screen หลายสี Artwork จะถูกแยกออกเป็นแต่ละสี และสร้าง Film Positive แยกตามจำนวนบล็อกที่ต้องใช้

ตัวอย่างเช่น งานสกรีน 4 สีอาจต้องสร้างฟิล์มหลายแผ่นตาม Separation ของ Artwork

จุดสำคัญจึงไม่ได้มีเพียงความดำ แต่รวมถึง ตำแหน่ง Registration Mark และความแม่นยำของขนาดงาน เพราะแต่ละบล็อกจะต้องสามารถนำกลับมาจัดตำแหน่งให้สัมพันธ์กันได้

นี่เป็นอีกเหตุผลที่เครื่องพิมพ์ Large Format ที่มีความแม่นยำในการพิมพ์สามารถมีประโยชน์กับ Workflow งานสกรีน

เครื่องพิมพ์ฟิล์มสำหรับงาน Spot UV

อีกตลาดหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ เครื่องพิมพ์ฟิล์มสำหรับงาน Spot UV

Spot UV เป็นเทคนิคหลังการพิมพ์ที่ใช้สร้างความเงาหรือ Effect เฉพาะพื้นที่บนชิ้นงาน เพื่อทำให้บางส่วนของงานโดดเด่นกว่าพื้นที่อื่น

ตัวอย่างเช่น

นามบัตร – เคลือบ Spot UV เฉพาะ Logo
กล่องเครื่องสำอาง – Spot UV เฉพาะชื่อสินค้า
Packaging – เน้น Logo หรือ Graphic Element
ปกหนังสือ – เพิ่มความเงาเฉพาะข้อความหรือรูปภาพ
Brochure – เน้นพื้นที่สำคัญของงานออกแบบ
กล่องสินค้าพรีเมียม – เพิ่มมิติให้กับ Packaging

สำหรับ Workflow ที่ใช้บล็อกสกรีนในการลง Spot UV จะต้องสร้างฟิล์มตาม Artwork ของพื้นที่ที่ต้องการเคลือบ ก่อนนำไปเข้าสู่ขั้นตอนทำบล็อก

เพราะฉะนั้น ร้านที่รับงาน Spot UV แบบบล็อกสกรีน จึงเป็นอีกกลุ่มที่สามารถใช้เครื่องพิมพ์ Film Positive ได้

งาน Spot UV ต้องการรายละเอียดของฟิล์มที่ดี

ลองนึกถึงกล่องเครื่องสำอางที่ต้องการ Spot UV เฉพาะตัวอักษรขนาดเล็กบน Logo

หากขอบของ Film Positive ไม่คม รายละเอียดที่ได้จากบล็อกก็อาจไม่ตรงตาม Artwork ต้นฉบับ

เช่นเดียวกับเส้น Graphic ขนาดเล็กหรือ Pattern ที่ซับซ้อน ความสามารถในการสร้างรายละเอียดบนฟิล์มจึงมีผลต่อขั้นตอนการสร้างบล็อกและคุณภาพของงานสำเร็จ

สำหรับโรงพิมพ์ที่มีงาน Spot UV เข้ามาเป็นประจำ การสามารถผลิตฟิล์มภายในร้านเองยังช่วยลดขั้นตอนการส่งไฟล์ออกไปทำฟิล์มภายนอก และทำให้แก้ Artwork หรือผลิตฟิล์มใหม่ได้รวดเร็วขึ้น

เครื่องพิมพ์ฟิล์มสำหรับงานออฟเซ็ตสีเดียว

อีกหนึ่งการประยุกต์ใช้งานคือ เครื่องพิมพ์ฟิล์มสำหรับงานออฟเซ็ตสีเดียว

งานออฟเซ็ตบางประเภทไม่ได้จำเป็นต้องเป็นงานพิมพ์ CMYK 4 สีเสมอไป งานจำนวนหนึ่งใช้เพียงสีเดียว เช่น สีดำ หรือ Spot Color เพียงหนึ่งสี

ใน Workflow ที่ยังใช้ฟิล์มสำหรับกระบวนการสร้างแม่พิมพ์ ฟิล์มที่ผลิตจากระบบ Inkjet สามารถเป็นอีกทางเลือกสำหรับงานบางประเภทได้ โดยต้องทดสอบความเหมาะสมกับระบบเพลทและกระบวนการผลิตของโรงพิมพ์นั้น ๆ

ตัวอย่างงานออฟเซ็ตสีเดียวที่พบได้ เช่น

  • แบบฟอร์ม
  • ใบปลิวสีเดียว
  • หนังสือข้อความ
  • เอกสาร
  • ซอง
  • งานพิมพ์ตัวอักษร
  • งานประกาศ
  • งานที่ใช้ Spot Color เพียงสีเดียว
  • งานพิมพ์จำนวนมากที่ไม่จำเป็นต้องใช้ CMYK

สำหรับโรงพิมพ์ที่มี Workflow ลักษณะนี้ การมีเครื่องพิมพ์ฟิล์มภายในร้านสามารถเพิ่มความคล่องตัวในการผลิตได้


จากไฟล์ Artwork สู่ฟิล์มด้วยระบบ Inkjet

ข้อได้เปรียบของระบบ Inkjet คือสามารถรับข้อมูลจากไฟล์ดิจิทัลและผลิตฟิล์มได้โดยตรง

Workflow สามารถวางได้ประมาณนี้:

Artwork → Separation → RIP → Inkjet Printer → Film Positive → Exposure → Block/Plate → Production

สำหรับงานสกรีนหลายสี สามารถสร้าง Film Separation แยกแต่ละสี

สำหรับ Spot UV สามารถสร้าง Artwork เฉพาะพื้นที่ที่ต้องการลง UV

ส่วนงานออฟเซ็ตสีเดียว สามารถเตรียมข้อมูลตาม Workflow ของระบบเพลทที่ใช้งาน

ทำให้เครื่องพิมพ์ฟิล์มกลายเป็นตัวเชื่อมระหว่าง Digital Artwork กับกระบวนการผลิตแบบ Analog

RIP Software สำคัญอย่างไรกับการพิมพ์ฟิล์ม?

ถ้าต้องการพัฒนาเครื่อง Inkjet ให้เป็นระบบผลิต Film Positive อย่างจริงจัง อีกองค์ประกอบหนึ่งที่ควรพิจารณาคือ RIP Software สำหรับงาน Film Output

RIP ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงส่งไฟล์ไปยังเครื่องพิมพ์ แต่ซอฟต์แวร์เฉพาะทางสำหรับงานฟิล์มสามารถมีเครื่องมือสำหรับจัดการองค์ประกอบที่สำคัญ เช่น

Color Separation
ช่วยจัดการไฟล์ที่ต้องแยกออกเป็นแต่ละสีสำหรับสร้างบล็อก

Halftone Screening
สำคัญมากสำหรับงานสกรีนภาพหรืองานที่ต้องสร้างระดับน้ำหนักด้วยจุด Halftone

Ink Density Control
ช่วยควบคุมปริมาณหมึกให้เหมาะกับ Film และ Workflow ที่ใช้งาน

Registration
ช่วยในการเตรียม Mark สำหรับงานที่ต้องใช้บล็อกหลายสี

ดังนั้น คุณภาพของระบบพิมพ์ฟิล์มจึงไม่ควรวัดจาก Printer เพียงอย่างเดียว แต่ควรมองเป็นระบบ

Printer + หมึก + Film + RIP Software + Exposure + Emulsion/Plate

เมื่อทุกส่วนถูกตั้งค่าให้สัมพันธ์กันจึงจะได้ Workflow ที่มีความสม่ำเสมอ

เครื่องพิมพ์ฟิล์มหน้ากว้าง ช่วยเปิดตลาดงานได้มากกว่า

ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของเครื่องพิมพ์ฟิล์มขนาดเล็กคือขนาดของ Artwork

แต่เมื่อขยับมาใช้เครื่องพิมพ์ Large Format Printer เช่น 17, 24, 36 หรือ 44 นิ้ว ธุรกิจสามารถรับงานฟิล์มที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้

ตัวอย่างเช่น งานสกรีนเสื้อขนาดใหญ่ งานสกรีนป้าย งานสกรีน Packaging งาน Spot UV บนกระดาษขนาดใหญ่ หรืองานที่ต้องวาง Artwork หลายชิ้นบนฟิล์มม้วนเดียวกัน

นอกจากนี้ การจัดวาง Artwork หลายชิ้นบนหน้ากว้างของฟิล์มยังช่วยบริหารพื้นที่วัสดุให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทำไมเครื่องพิมพ์ Epson ที่ไม่ต้องแปลงหมึกจึงน่าสนใจ?

จุดที่เราให้ความสำคัญในบทความนี้คือ ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนระบบหมึกของเครื่อง

เครื่องที่รวบรวมไว้ในบทความต้นฉบับ ได้แก่ P5330, T3730, T5730D, T7730D และ G6030 ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกันตามตลาดหลักของแต่ละรุ่น

แนวคิดคือเลือก Printer ที่เหมาะสม แล้วพัฒนา Workflow สำหรับ Film Positive ด้วย Film, Software และการตั้งค่าที่สัมพันธ์กัน

สำหรับผู้ประกอบการ ข้อดีคือเครื่องยังสามารถกลับไปทำงานหลักตามความสามารถของรุ่นนั้นได้

T-Series สามารถพิมพ์ CAD, Poster และ Graphics

P-Series สามารถนำไปใช้งานด้านภาพและงานที่ต้องการรายละเอียดสูง

ขณะที่เครื่องแต่ละกลุ่มก็สามารถถูกนำมาประยุกต์กับ Film Positive ตาม Workflow ที่ผ่านการทดสอบแล้ว

จึงไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องมาแล้วให้เครื่องทำรายได้จาก งานฟิล์ม” เพียงอย่างเดียว

ใครบ้างที่ควรมีเครื่องพิมพ์ฟิล์ม?

กลุ่มลูกค้าของระบบนี้จึงกว้างกว่าร้านสกรีนเสื้อ โดยสามารถครอบคลุมถึง ร้านซิลค์สกรีน โรงพิมพ์ออฟเซ็ต ร้านทำ Spot UV โรงงาน Packaging ร้านทำบล็อกสกรีน ธุรกิจงานพิมพ์ และผู้ประกอบการที่ต้องการผลิต Film Positive ภายในกิจการ

โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องแก้ Artwork บ่อย มีงานเร่ง หรือต้องส่งฟิล์มออกไปผลิตภายนอกเป็นประจำ การมีระบบผลิต Film Positive ของตัวเองสามารถช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานได้

สรุป: เครื่องพิมพ์ฟิล์มหนึ่งเครื่อง สามารถรองรับงานได้มากกว่าที่คิด

เมื่อพูดถึง เครื่องพิมพ์ฟิล์ม จึงไม่ควรจำกัดความหมายอยู่เพียงเครื่องสำหรับพิมพ์ฟิล์มถ่ายบล็อกสกรีนเท่านั้น

ระบบเดียวสามารถนำไปประยุกต์กับงานได้หลากหลาย เช่น Film Positive สำหรับ Screen Printing, ฟิล์มสำหรับทำบล็อก Spot UV, ฟิล์มสำหรับงานออฟเซ็ตสีเดียว, Registration Mark และงานสร้างแม่พิมพ์บางประเภท

หัวใจสำคัญคือการเลือกเครื่องให้สัมพันธ์กับ ขนาดงาน ความละเอียดที่ต้องการ ปริมาณการผลิต Film ที่ใช้ และ Workflow ของธุรกิจ

และสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เครื่อง Epson โดยไม่ต้องการเริ่มต้นด้วยการดัดแปลงระบบหมึก การเลือกเครื่องที่เหมาะสมและทดสอบร่วมกับ Film และ RIP Software จึงเป็นอีกแนวทางที่น่าสนใจ

ปรึกษาเลือกเครื่องพิมพ์ฟิล์มสำหรับธุรกิจของคุณ

ไม่แน่ใจว่าควรเลือกเครื่องพิมพ์ฟิล์ม 17, 24, 36 หรือ 44 นิ้ว?

ต้องการใช้สำหรับ ถ่ายบล็อกสกรีน, Spot UV, Film Positive หรืองานออฟเซ็ตสีเดียว?

Thai Sublimation สามารถให้คำแนะนำในการเลือกเครื่องพิมพ์ Epson ให้เหมาะกับลักษณะงานและขนาดฟิล์มที่ต้องการ พร้อมทดลอง Workflow ก่อนตัดสินใจลงทุน

โทร. 083-848-9111 / 083-764-2255
LINE ID: thaisublimation