ฟิล์มถ่ายบล็อกสกรีน Film Positive คู่มือเครื่องพิมพ์ฟิล์มสำหรับงานสกรีน Title

บทความ

ฟิล์มถ่ายบล็อกที่ดีต้องดูอะไร Dmax และเครื่องที่ใช้ได้จริง

ในบทความนี้
  1. ฟิล์มบล็อกคืออะไร ทำหน้าที่อะไรในกระบวนการสกรีน
  2. Dmax คืออะไร ต้องเข้มแค่ไหน
  3. เช็กความดำของฟิล์มด้วยเครื่องมือถือ
  4. สาเหตุที่ทำให้ Dmax ไม่ถึง
  5. เครื่องพิมพ์ที่ร้านใช้จริงสำหรับงานฟิล์มบล็อก
  6. วิธีทดสอบก่อนตัดสินใจซื้อ
  7. อาการที่พบเมื่อฟิล์มดำไม่พอและวิธีเช็ค
  8. จากฟิล์มถึงบล็อกจริง: ขั้นตอนที่คนเขียนสั่งมักเข้าใจผิด
  9. คำถามที่พบบ่อย
  10. สรุป

ร้านสกรีนเสื้อส่วนใหญ่เจอปัญหาเดียวกันซ้ำ ๆ คือบล็อกสกรีนออกมาไม่คมคม ขอบเบลอ หรือลายเล็กๆหายไปทั้งที่ตอนพิมพ์เสื้อสีเดียวก็ดูโอเค สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่บล็อกหรือน้ำยาเคมี แต่อยู่ที่ฟิล์มตั้งแต่ต้น ถ้าฟิล์มดำไม่สนิท แสง UV ที่เอามาฬ่าเพลตจะลอดผ่านส่วนที่ควรดำเข้าไปทำให้อิมัลชันแข็งไม่เต็มที่ บล็อกออกมาจึงเบลอหรือหลุดลอกง่าย บทความนี้อธิบายวิธีดูคุณภาพฟิล์มก่อนนำไปบล็อก ตั้งเครื่องตั้งค่าหน้าจอ ไปจนถึงสาเหตุที่บล็อกมักเสียและวิธีแก้

ฟิล์มบล็อกคืออะไร ทำหน้าที่อะไรในกระบวนการสกรีน

การสกรีนเสื้อแบบบล็อกใช้หลักการตากแสง: ฉายแสง UV ผ่านฟิล์มลงบนบล็อกสกรีนที่เคลือบน้ำยาไว้ จุดที่เป็นสีดำบนฟิล์มจะบังเงาแสงไม่ให้ทะลุทะผ่าน น้ำยาเคลือบตรงนั้นจึงแข็งตัวจนล้างออกไม่ออกพร้อมสีที่เหลือ ส่วนจุดที่เป็นโปร่งใสบนฟิล์ม แสงจะทะลุทะผ่านได้เต็มที่ ทำให้น้ำยาเคลือบตรงนั้นแข็งตัวไม่สมบูรณ์ แล้วถูกล้างออกตอนล้างบล็อก เกิดเป็นลายขาดหายหรือเส้นขาด

ดังนั้นคุณสมบัติหลักของฟิล์มที่ดีคือ ต้องดำสนิทมากพอที่จะบล็อกแสงได้สนิท โดยมีค่ามาตรฐานที่วงการพิมพ์ใช้เรียกกันว่า Dmax

Dmax คืออะไร ต้องเข้มแค่ไหน

Dmax (อ่านว่า ดี-แม็กซ์) คือค่าความเข้มของสีดำที่สุดที่ฟิล์มทำได้ ยิ่งค่าสูงโอกาสที่แสง UV จะทะลุทะผ่านเข้าไปยิ่งน้อย มาตรฐานอุตสาหกรรมสกรีนเสื้อที่ใช้กันทั่วไปอยู่ที่ Dmax ระดับ 3.5 ขึ้นไป ส่วนค่า 2.5 ถึง 3.0 ถือว่าพอใช้งานได้ในงานส่วนใหญ่ แต่จะเสี่ยงตกขอบมากขึ้นหากเป็นงานเส้นละเอียดหรืองานเต็มสี ตัวเลขนี้อ้างอิงจาก ScreenPrinting.com และ Screen Printing Magazine ซึ่งเป็นสื่ออ้างอิงสำหรับอุตสาหกรรมนี้โดยตรง

จุดสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิดคือ Dmax ไม่ได้ถูกกำหนดโดยเนื้อฟิล์มเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากสองอย่างรวมกัน คือซอฟต์แวร์ RIP ที่ควบคุมการจ่ายหมึกดำ กับปริมาณหมึกที่หยดลงบนฟิล์ม เครื่องที่ดีจะมีซอฟต์แวร์เฉพาะสำหรับงานฟิล์มบล็อก คำนวณเส้นโค้งสีให้หนาขึ้นกว่างานภาพถ่ายทั่วไป เครื่องพิมพ์บางรุ่นสามารถเลือกโหมด “ฟิล์ม Positive” เฉพาะได้เลย ซึ่งจะเน้นค่าสีดำมากกว่าโหมดงานภาพถ่ายปกติ

เช็กความดำของฟิล์มด้วยเครื่องมือถือ

ก่อนมีเครื่องวัดค่าความดำ (Densitometer) ร้านสกรีนทั่วไปใช้วิธีเช็กง่าย ๆ ดังนี้

  1. จับฟิล์มส่องกับแสงหลอดไฟ ซึ่งสกรีนหน้านี้หาได้ทั่วไป มองดูบริเวณกลางของบล็อกหรือเส้นที่เข้มสุด
  2. ถ้ามองเห็นแสงลอดผ่านจาง ๆ หรือเห็นเงาของหลอดไฟผ่านฟิล์ม แสดงว่าความดำยังไม่พอ 100 เปอร์เซ็นต์ แสง UV จะทะลุตอนสกรีน
  3. ซูมโทรศัพท์ถ่ายเทียบ ถ่ายภาพฟิล์มที่สงสัยเทียบกับฟิล์มที่เคยบล็อกสำเร็จดีมาก่อน ดูความเข้มของสีดำเทียบกันด้วยตาเปล่าเป็นวิธีง่ายสุด แม้จะไม่แม่นยำเท่าเครื่องวัด

สาเหตุที่ทำให้ Dmax ไม่ถึง

ข้อมูลจาก ScreenPrinting.com ระบุชัดว่า ค่าความเข้มของสีดำเกิดจากปริมาณหมึกที่เครื่องพ่นลงบนฟิล์มเป็นหลัก ไม่ใช่คุณสมบัติของตัวฟิล์มเอง นั่นหมายความว่า เครื่องพิมพ์เก่าที่หมึกพอ สำหรับจำนวนมากที่เครื่องหยดลง ตัวอักษรขอบจางหรือเส้นเล็กจะเริ่มจางก่อนจุดอื่น นี่คืออาการที่เจอบ่อยที่สุด

สาเหตุที่เจอบ่อยที่สุด เครื่องหมึกน้อยกว่าที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะเครื่องพิมพ์เอกสารทั่วไปที่มีหมึกดำเพียงสีเดียว เครื่องกลุ่มนี้ทำออกมาเพื่อพิมพ์เอกสารสำนักงานเป็นหลัก ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการพิมพ์ฟิล์มทึบทึบกันทั้งวัน โดยเฉพาะเมื่อพิมพ์หน้ากว้างเต็มแผ่นหรือเร็งเครื่องให้เร็วขึ้น เก็บหมึกสำรองเฉพาะงานฟิล์มไว้ต่างหาก

สาเหตุที่เจอบ่อยรองลงมา โหมดการพิมพ์ตั้งผิด ส่วนใหญ่ RIP มีโหมด “ฟิล์ม Positive” หรือ “บล็อกสกรีน” แยกออกมาต่างหากจากโหมดงานภาพถ่ายปกติ ถ้าตั้งผิดโหมดเครื่องจะประหยัดหมึกดำเพื่อรักษาเฉดสีแทนที่จะอัดสีดำเต็มพื้นที่ให้สุด

สาเหตุที่เจอบ่อยอันดับ 3 หมึกผิดชนิด หมึกสีดำสำหรับงานเอกสารทั่วไปกับหมึกดำสำหรับงานฟิล์มเป็นคนละสูตรกัน หมึกหลังต้องการปริมาณสีที่มากกว่าเพื่อให้ดำสนิท จึงหนำมาใช้กับงานฟิล์มโดยตรงไม่ได้

เครื่องพิมพ์ที่ร้านใช้จริงสำหรับงานฟิล์มบล็อก

เครื่องที่ร้านใช้พิมพ์ฟิล์มบล็อกจริงคือกลุ่ม Epson SureColor T Series ซึ่งออกแบบมาเป็นเครื่องพิมพ์เทคนิค (Technical Printer) สำหรับงานแบบแปลน CAD โปสเตอร์ และฟิล์ม GIS เป็นหลัก งานฟิล์มบล็อกเป็นงานประยุกต์ที่ร้านสกรีนเสื้อนำเครื่องกลุ่มนี้มาใช้งาน เพราะโครงสร้างสีเดียวกันกับงานพิมพ์แบบแปลนทั่วไป

Epson SureColor T3130X เป็นรุ่นที่ร้านเลือกใช้งานฟิล์มบล็อกมากที่สุด เป็นเครื่องหน้ากว้าง 24 นิ้วใช้หมึกแท้กันน้ำมันสีดำ 4 ตลบ รองรับทั้งม้วนและแผ่น สำหรับร้านที่ต้องการหน้ากว้างมากขึ้นหรือปริมาณงานมาก ดูรุ่นหน้ากว้างขึ้นได้ที่ เครื่องพิมพ์ฟิล์มบล็อกสกรีนทั้งหมด

วิธีทดสอบก่อนตัดสินใจซื้อ

การดูสเปกเครื่องอย่างเดียวไม่พอ ควรขอทดสอบพิมพ์จริงก่อนตัดสินใจ ขั้นตอนที่ควรทำมีดังนี้

  1. นำไฟล์งานจริงของคุณมาทดสอบ โดยเฉพาะงานที่มีเส้นละเอียดหรือพื้นทีเต็มสีดำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นจุดที่เห็นความต่างระหว่างเครื่องชัดเจนที่สุด
  2. เลือกโหมดคุณภาพที่ขายจริง ไม่ใช้โหมด Best หรือ Draft เพราะโหมดสาธิตมักเร็งกว่างานจริง
  3. นำไฟล์เข้าเครื่องสกรีนจริง ไม่ใช่แค่ดูบนจอ สีที่เห็นบนจอคอมพิวเตอร์กับที่พิมพ์ออกมาจริงต่างกันเสมอ
  4. วัดค่าความดำด้วย Densitometer ถ้ามี หรือขอให้ร้านวัดให้ดูก่อนจ่ายจริง
  5. นำฟิล์มไปทดบล็อกจริง สาธิตคือสันนิษฐานเดิมของร้าน แล้วดูว่าขอบคมชัดหรือไม่ มีจุดขาดหายหรือเส้นขาดเล็กๆไหม

การสาธิตแบบนี้ใช้เวลาไม่กี่นาที แต่เห็นผลทันทีว่าเครื่องนี้พิมพ์ผ่านเกณฑ์งานจริงของคุณได้หรือไม่ ดีกว่าเชื่อสเปกจากเอกสารโฆษณาอย่างเดียว

อาการที่พบเมื่อฟิล์มดำไม่พอและวิธีเช็ค

บล็อกออกมาเบลอเหมือนควันเซื่อมชื้นมาก เกิดจาก Dmax ไม่ถึง แสง UV ทะลุทะผ่านเข้าไปทำให้อิมัลชันแข็งตัวไม่เต็มที่ วิธีเช็คคือวัดค่าความดำด้วยเครื่องมือถือ ถ้าต่ำกว่า 3.0 ให้สงสัยไว้ก่อน

ขอบฟิล์มไม่คมคม เส้นที่ควรตรงกลายเป็นการสั่นหรือโค้ง มักเกิดจากไฟล์ต้นฉบับมีเส้นไม่คมอยู่แล้ว หรือขนาดกระดาษเล็กเกินกว่างานจริง

สีเพี้ยนเป็นจุด ๆ ไม่เรียบ หมึกหมดก่อนเวลาอันควร หัวพิมพ์อุดตันบางส่วน หรือใช้เครื่องหมึกเทียมเท่า วิธีเช็คคือเปิดหัวพิมพ์ทำความสะอาดตามรอบที่กำหนด

ฟิล์มโค้งหลังพิมพ์จนแห้งไม่สนิท ฟิล์มที่ออกมาเปียกชื้นจะโค้งง่าย ต้องเว้นระยะเวลาเห็นหน้าก่อนนำไปซ้อนทับกัน หรือเก็บโดยม้วนหน้าขึ้น

จากฟิล์มถึงบล็อกจริง: ขั้นตอนที่คนเขียนสั่งมักเข้าใจผิด

คนที่เพิ่งเริ่มมักคิดว่าฟิล์มดำสนิทเดียวกับฟิล์มบล็อกสกรีนได้เลย ความจริงคือต้องส่งต่ออีกขั้นตอนหนึ่งก่อนจะนำไปทำบล็อกจริงได้

  1. เคลือบน้ำยาไวที่หน้ากระจก เกลี่ยให้ทั่วเรียบ ทิ้งในที่มืดก่อนนำมาวางฟิล์ม
  2. วางฟิล์มแนบกระจกให้สนิทหมึกสัมผัสกระจก ด้านที่มีหมึกคว๋ำลงกระจก
  3. เปิดไฟ UV เปิดเครื่องฉายตามเวลาที่กำหนดตามคู่มือน้ำยาอิมัลชัน เวลาขึ้นกับความเข้มของหลอดไฟ ความหนาของน้ำยา และระยะห่างจากหลอดไฟ จึงต้องทดสอบหาเวลาที่เหมาะกับชุดอุปกรณ์ของตัวเองก่อนเสมอ
  4. ล้างน้ำยาออก ส่วนที่โดนแสงจะแข็งตัวเกาะติดกับจอ ส่วนที่ไม่โดนแสงจะถูกล้างออก
  5. ตรวจสอบเส้นขอบและจุดที่เล็กที่สุดของงาน เช่น ตัวหนังสือขนาดเล็ก เส้นบาง หากหลุดหายตรงนี้ เวลาพิมพ์จริงจะหายไปด้วย

คำถามที่พบบ่อย

Dmax เท่าไหร่ถือว่าดีพอใช้งานจริง

สำหรับงานสกรีนทั่วไป Dmax ตั้งแต่ 3.5 ขึ้นไปถือเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ใช้งานได้เสมอ 2.5 ถึง 3.0 พอใช้ได้กับเส้นทั่วไป แต่จะเสี่ยงตกขอบสูงขึ้นหากเป็นงานเส้นละเอียดหรืองานเต็มสี

ต้องมีเครื่องวัดค่าความดำไหมถึงจะเช็คคุณภาพได้

ไม่จำเป็น ดูด้วยตาเปล่ากับเงาของหลอดไฟเป็นตัวเทียบเบื้องต้นได้เลย สำหรับร้านที่เริ่มต้นเครื่องมือถือนำมาเทียบกับฟิล์มตัวอย่างที่ร้านสกรีนพอใจก็พอแล้ว แต่ถ้ารับงานปริมาณมากหรือต้องการควบคุมคุณภาพทุกแผ่น เครื่องวัดช่วยตัดสินใจเร็วขึ้นมากว่าการรอดูด้วยตา

ฟิล์มดำเข้มแล้ว ทำไมบล็อกออกมายังไม่คม

ส่วนใหญ่มาจากโหมดการพิมพ์ผิด ไม่ใช่ตัวฟิล์มเอง เช็คว่า RIP เลือกโหมดฟิล์ม Positive หรือโหมดบล็อกสกรีนหรือยัง ถ้าเลือกผิดเป็นโหมดภาพถ่ายทั่วไป ความดำจะจางทันทีแม้หมึกจะเต็มเต็ม

ใช้เครื่องพิมพ์ไงเจ็ตธรรมดาเป็นฟิล์มบล็อกได้ไหม

เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตที่ใช้หมึก Dye สีเดียวไม่มี Pigment Black เข้มพอจะทำความดำสนิทนี้ได้ แต่ส่วนใหญ่จะต้องทดสอบจริงก่อน เพราะเครื่องบางรุ่นออกแบบมาเพื่องานเอกสารสำนักงานเป็นหลัก ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสู้กับ Dmax โดยเฉพาะ

สรุป

ฟิล์มบล็อกที่ดีต้องดำสนิทมากพอที่แสง UV ทะลุทะไม่ได้ มาตรฐานที่อ้างอิงได้คือ Dmax 3.5 ขึ้นไป ซึ่งเกิดจากสองอย่างคู่กันคือเครื่องพิมพ์ที่เหมาะกับงานนี้โดยเฉพาะ และการตั้งค่าการพิมพ์ให้ถูกโหมด ก่อนนำเครื่องที่มีอยู่ไปทดลองพิมพ์ฟิล์มจริง ควรวัดค่าความดำออกมาก่อน ถ้าต้องการทดสอบหรือเทียบเครื่องที่ร้านใช้จริง นำไฟล์ที่เคยพิมพ์บล็อกแล้วมาทดที่ร้านได้