ลูกค้าหลายคนเดินเข้าร้านมาพร้อมรูปในมือถือแล้วถามว่า “พิมพ์ลงแผ่นโลหะแบบที่เห็นในร้านกรอบรูปได้ไหม” คำตอบคือได้ และไม่ต้องใช้เครื่องพิเศษอะไรนอกเหนือจากชุดซับลิเมชั่นที่ใช้พิมพ์เสื้อหรือแก้วอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ เราไม่ได้พิมพ์ลงบนอะลูมิเนียมโดยตรง แต่พิมพ์ลงกระดาษก่อน แล้วใช้ความร้อนดันสีให้ซึมเข้าไปในชั้นเคลือบพิเศษบนแผ่น บทความนี้เขียนสำหรับคนที่ยังไม่เคยทำ อธิบายตั้งแต่แผ่นแบบไหนใช้ได้ ตั้งเครื่องรีดกี่องศา ไปจนถึงอาการเสียที่เจอบ่อยและวิธีแก้
ซับลิเมชั่นบนโลหะทำงานอย่างไร
ซับลิเมชั่น (Sublimation) คือการทำให้หมึกเปลี่ยนจากของแข็งเป็นไอด้วยความร้อนประมาณ 200 องศา ไอหมึกจะวิ่งเข้าไปฝังในเนื้อวัสดุที่มีโพลีเอสเตอร์เป็นส่วนประกอบ พอเย็นลงหมึกก็ล็อกอยู่ข้างในถาวร นี่คือเหตุผลที่ลายบนเสื้อกีฬาซับลิเมชั่นซักแล้วไม่ลอก เพราะสีไม่ได้เคลือบอยู่บนผิว แต่อยู่ในเนื้อผ้า
อะลูมิเนียมเปล่าไม่มีโพลีเอสเตอร์ หมึกจึงไม่มีที่ให้ฝัง แผ่นที่ใช้กับงานนี้จึงต้องเป็นแผ่นที่โรงงานพ่นเคลือบชั้นโพลีเอสเตอร์บาง ๆ ไว้แล้ว เรียกกันว่าแผ่นซับลิเมชั่น หรือ Sublimation Blank ชั้นเคลือบนี้มองไม่เห็นด้วยตา แต่คือส่วนที่รับสีทั้งหมด ถ้าซื้อแผ่นอะลูมิเนียมจากร้านวัสดุก่อสร้างมารีด สีจะไม่ติดเลย หรือติดแบบเป็นคราบแล้วเช็ดออกได้
แผ่นอะลูมิเนียมแบบไหนใช้ได้
ในตลาดมีแผ่นให้เลือก 2 ระดับหลัก ต่างกันที่ราคาและความคงทน
แผ่นเกรดทั่วไป นำเข้าจากจีน ราคาถูก หาซื้อง่ายในร้านอุปกรณ์ซับลิเมชั่นและออนไลน์ เหมาะกับงานของที่ระลึก ป้ายชื่อ พวงกุญแจ ที่ไม่ได้โดนแดดจัดทุกวัน ชั้นเคลือบบางกว่า สีที่ได้สดแต่ความคมและความลึกของสีดำจะสู้เกรดพรีเมียมไม่ได้ และแต่ละล็อตที่สั่งมาอาจให้สีต่างกันเล็กน้อย
แผ่นเกรดพรีเมียม ที่รู้จักกันมากที่สุดคือยี่ห้อ ChromaLuxe จากสหรัฐ ผลิตมาสำหรับงานภาพถ่ายศิลปะและงานตกแต่งโรงแรมโดยเฉพาะ ผู้ผลิตระบุอายุการใช้งานภายในอาคารไว้ระดับหลายสิบปี สีดำลึกกว่าและผิวเรียบสม่ำเสมอกว่า ราคาสูงกว่าเกรดทั่วไปหลายเท่า เหมาะกับงานที่ลูกค้ายอมจ่ายเพื่อคุณภาพ เช่น ภาพถ่ายครอบครัวขนาดใหญ่ งานศิลปิน หรืองานตกแต่งออฟฟิศ
ไม่ว่าจะเลือกเกรดไหน สิ่งที่ต้องดูตอนซื้อคือ แผ่นต้องระบุชัดว่าสำหรับ Sublimation, มีฟิล์มใสปิดหน้าแผ่นมาจากโรงงาน (ถ้าไม่มีแสดงว่าผิวอาจเป็นรอยแล้ว), และร้านที่ซื้อควรมีของล็อตเดียวกันขายต่อเนื่อง เพราะถ้าเปลี่ยนล็อตกลางทางสีอาจเพี้ยนจากตัวอย่างที่เคยส่งลูกค้าไว้
ผิวแผ่นมีให้เลือกทั้งขาวเงา ขาวด้าน และผิวเงินใส (Clear) ผิวขาวเงาให้สีสดที่สุดและเป็นที่นิยมสุดสำหรับภาพถ่าย ผิวด้านเหมาะกับภาพที่จะติดในที่มีไฟสะท้อน ส่วนผิวเงินใสจะโชว์เนื้อโลหะตรงส่วนที่เป็นสีขาวในภาพ เหมาะกับงานดีไซน์ที่ต้องการลุคโลหะ แต่ต้องอธิบายลูกค้าให้เข้าใจก่อนว่าส่วนสีขาวจะกลายเป็นสีเงิน
อุปกรณ์ที่ต้องมี
ถ้ามีชุดพิมพ์แก้วหรือพิมพ์เสื้ออยู่แล้ว แทบไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม
- เครื่องพิมพ์ซับลิเมชั่นพร้อมหมึกแท้ สำหรับแผ่นขนาดไม่เกิน A4 ใช้ Epson SureColor F130 ได้ ถ้าจะทำแผ่นใหญ่ระดับ 40×60 ซม. ขึ้นไปต้องเป็นเครื่องหน้ากว้าง 24 นิ้ว เช่น F530
- กระดาษซับลิเมชั่น ใช้ตัวเดียวกับที่พิมพ์เสื้อได้
- เครื่องรีดร้อนแบบแผ่นเรียบ หน้าแท่นต้องใหญ่กว่าแผ่นที่จะรีด ถ้าแผ่นใหญ่กว่าแท่นแล้วรีดสองรอบต่อกัน จะเห็นรอยต่อชัดเจน ดูขนาดเครื่องรีดได้ที่ เครื่องรีดร้อนทุกขนาด
- เทปกันความร้อน สำหรับยึดกระดาษกับแผ่นไม่ให้ขยับ
- กระดาษรอง ใช้กระดาษขาวธรรมดาหรือกระดาษซับลิเมชั่นเปล่าก็ได้ ห้ามใช้กระดาษหนังสือพิมพ์เพราะหมึกพิมพ์จะติดแผ่น
- ถุงมือกันความร้อน แผ่นที่เพิ่งออกจากเครื่องร้อน 200 องศา จับมือเปล่าไม่ได้
ตั้งเครื่องรีดกี่องศา กี่วินาที
ตัวเลขด้านล่างเป็นค่าเริ่มต้นที่ผู้ผลิตแผ่นแนะนำ ใช้เป็นจุดตั้งต้นแล้วปรับตามเครื่องรีดของตัวเอง เพราะเครื่องรีดแต่ละตัวให้ความร้อนจริงไม่เท่ากับตัวเลขบนหน้าจอเสมอไป โดยเฉพาะเครื่องราคาถูกที่อาจร้อนไม่ทั่วแผ่น
| ขนาดแผ่น | อุณหภูมิ | เวลา | แรงกด |
|---|---|---|---|
| เล็ก (ไม่เกิน A4) | 195 ถึง 204 องศา | 90 ถึง 120 วินาที | ปานกลางถึงหนัก |
| ใหญ่ (A3 ขึ้นไป) | 190 ถึง 205 องศา | 2 ถึง 4 นาที | ปานกลางถึงหนัก |
ค่าเหล่านี้มาจากคู่มือของ ChromaLuxe และ Condé Systems ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายรายใหญ่ในสหรัฐ แผ่นเกรดทั่วไปจากจีนส่วนใหญ่ใช้ค่าใกล้เคียงกัน แต่มักทนความร้อนได้น้อยกว่า ถ้าเห็นแผ่นเริ่มเหลืองที่ขอบแสดงว่าร้อนเกินหรือนานเกิน ให้ลดเวลาลงทีละ 10 วินาที
มีขั้นตอนหนึ่งที่มือใหม่มักข้าม คือ อบไล่ความชื้นก่อน แผ่นอะลูมิเนียมเคลือบดูดความชื้นจากอากาศเก็บไว้ในชั้นเคลือบ ยิ่งแผ่นใหญ่ยิ่งเก็บมาก ถ้ารีดทันทีความชื้นจะกลายเป็นไอน้ำดันหมึกให้เป็นจุดด่างหรือภาพเบลอเป็นหย่อม วิธีแก้คือวางแผ่นเปล่า (ยังไม่วางกระดาษ) เข้าเครื่องรีดก่อนประมาณครึ่งหนึ่งของเวลาปกติ เช่น แผ่น A4 อบ 45 ถึง 60 วินาที ยกออก รอสัก 10 วินาทีให้ไอระเหย แล้วค่อยวางกระดาษรีดจริง ChromaLuxe ยังแนะนำให้คุมความชื้นในห้องไว้ที่ 40 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในเมืองไทยหน้าฝนความชื้นมักเกิน 70 ห้องแอร์จึงช่วยได้มาก
ขั้นตอนทำทีละขั้น
- เตรียมไฟล์ ตั้งขนาดไฟล์ให้ใหญ่กว่าแผ่นด้านละประมาณ 3 มม. เพื่อให้ภาพเต็มขอบแม้วางเหลื่อมนิดหน่อย และอย่าลืมกลับภาพซ้ายขวา (Mirror) ก่อนพิมพ์ เพราะกระดาษจะคว่ำหน้าลงบนแผ่น ข้อความที่ไม่ได้กลับจะออกมาอ่านไม่ได้
- พิมพ์แล้วรอให้แห้ง กระดาษที่เพิ่งออกจากเครื่องยังชื้น วางทิ้งไว้ 2 ถึง 3 นาทีก่อนใช้ ถ้ารีบใช้ทันทีสีอาจซึมเลอะ
- อุ่นเครื่องรีดให้ถึงอุณหภูมิจริง รอจนไฟสถานะขึ้นว่าพร้อม แล้วรออีก 2 ถึง 3 นาทีให้ความร้อนกระจายทั่วแท่น
- อบไล่ความชื้น ตามที่อธิบายด้านบน
- ลอกฟิล์มป้องกันออก จับที่ขอบแผ่น อย่าให้นิ้วโดนหน้าแผ่นเพราะไขมันจากนิ้วจะทำให้สีติดไม่สม่ำเสมอตรงจุดนั้น
- วางกระดาษคว่ำหน้าลงบนแผ่น จัดตำแหน่งแล้วติดเทปกันความร้อน 2 ถึง 4 จุดที่ขอบ ไม่ต้องติดทับบริเวณภาพ
- วางกระดาษรองด้านล่างและด้านบน แผ่นรองล่างกันหมึกเลอะแท่น กระดาษบนกันหมึกเลอะแผ่นความร้อน
- กดรีดตามเวลา เมื่อครบเวลา เปิดเครื่องแล้วยกแผ่นออกด้วยถุงมือทันที ถ้าปล่อยค้างไว้บนแท่นล่างที่ยังร้อน แผ่นจะสุกต่อและสีเพี้ยน
- วางบนพื้นเรียบให้เย็นเอง ห้ามเอาพัดลมเป่าหรือแช่น้ำ เพราะแผ่นจะเย็นไม่เท่ากันแล้วโก่ง แผ่น A4 ใช้เวลาไม่กี่นาทีถึงจับได้
- ลอกกระดาษออก ลอกทีเดียวตรง ๆ อย่าเลื่อนกระดาษไปมาระหว่างลอก จะเกิดเงาซ้อน
อาการเสียที่เจอบ่อยและสาเหตุ
ภาพซ้อนหรือมีเงา เกิดจากกระดาษขยับตอนเปิดหรือปิดเครื่อง หรือลอกกระดาษไม่ตรง แก้ด้วยเทปกันความร้อนให้แน่นขึ้น และลอกกระดาษด้วยมือเดียวยกขึ้นตรง ๆ
สีเป็นด่างเป็นหย่อม เกือบทั้งหมดมาจาก 2 สาเหตุ คือไม่ได้อบไล่ความชื้น หรือเครื่องรีดร้อนไม่ทั่ว วิธีเช็กว่าเครื่องร้อนทั่วไหม ให้พิมพ์ภาพสีเทาเรียบ ๆ เต็มแผ่นแล้วรีดดู ถ้ามุมไหนสีอ่อนกว่าแสดงว่ามุมนั้นความร้อนไม่ถึง
จุดเล็ก ๆ หรือเส้นขาว ฝุ่นหรือเศษกระดาษติดระหว่างกระดาษกับแผ่น เช็ดแผ่นด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์แห้งก่อนวางกระดาษทุกครั้ง และเปลี่ยนกระดาษรองบ่อย ๆ อย่าใช้ซ้ำจนมีคราบหมึกสะสม
แผ่นโก่ง ร้อนเกิน นานเกิน หรือเย็นเร็วเกินไปด้านเดียว แผ่นบางกว่า 1 มม. โก่งง่ายกว่า ถ้าโก่งเล็กน้อยรอให้เย็นสนิทแล้ววางของหนักทับข้ามคืนมักกลับมาเรียบได้
สีรอบนี้ไม่เหมือนรอบก่อน ทั้งที่ไฟล์เดิม เครื่องเดิม สาเหตุมักเป็นล็อตแผ่นเปลี่ยน หรือหมึกล็อตใหม่ วิธีป้องกันคือรีดแผ่นตัวอย่างเก็บไว้เป็นชิ้นอ้างอิงทุกครั้งที่เปิดกล่องแผ่นล็อตใหม่ แล้วเทียบกับชิ้นเก่าก่อนรับงานลูกค้า
ทำเป็นสินค้าขายต้องคิดอะไรเพิ่ม
ขอบแผ่นอะลูมิเนียมค่อนข้างคม โดยเฉพาะแผ่นที่ตัดเองด้วยเครื่องตัด ถ้าขายให้ลูกค้าทั่วไปควรลบคมหรือใส่กรอบ แผ่นสำเร็จรูปจากโรงงานส่วนใหญ่ลบคมมาแล้วและมีรูสำหรับแขวนหรือขาตั้งให้เลือกตอนสั่ง
เรื่องความทนแดด แผ่นเกรดทั่วไปวางกลางแดดจัดสีจะเริ่มซีดภายในไม่กี่เดือน แผ่น ChromaLuxe มีรุ่นสำหรับภายนอกอาคารแยกต่างหาก ถ้าลูกค้าถามว่า “ติดหน้าบ้านได้ไหม” ควรตอบตามเกรดแผ่นที่ใช้จริง อย่ารับปากว่าไม่ซีดตลอดไป
ตอนคิดราคา อย่าลืมบวกของเสีย ช่วงแรกจะมีชิ้นที่เสียจากเรื่องความชื้นและการจัดตำแหน่งแน่นอน ต้นทุนจริงต่อชิ้นจึงต้องรวมค่าแผ่น หมึก กระดาษ ค่าไฟเครื่องรีด (เครื่อง 38×38 ซม. กินไฟราว 1,800 วัตต์) และเวลาที่ใช้ ซึ่งงานแผ่นใหญ่ใช้เวลาต่อชิ้นนานกว่าแก้วหลายเท่า
บรรจุภัณฑ์สำคัญกว่าที่คิด ผิวแผ่นเป็นรอยขีดข่วนง่ายกว่ากระจก ควรห่อด้วยโฟมกันกระแทกหรือใส่ซองฟิล์มแยกทุกชิ้น และรองมุมทั้งสี่ก่อนใส่กล่อง ทดลองส่งพัสดุให้ตัวเองสักครั้งก่อนเปิดขายออนไลน์ จะรู้ทันทีว่าแพ็กแบบไหนรอด
คำถามที่พบบ่อย
ใช้แผ่นอะลูมิเนียมจากร้านวัสดุก่อสร้างได้ไหม
ไม่ได้ แผ่นเหล่านั้นไม่มีชั้นเคลือบโพลีเอสเตอร์ หมึกซับลิเมชั่นไม่มีที่ให้ฝังตัว จะได้แค่คราบสีจาง ๆ ที่เช็ดออกได้ ต้องใช้แผ่นที่ระบุว่าสำหรับ Sublimation เท่านั้น
ใช้อุณหภูมิเดียวกับรีดเสื้อได้ไหม
อุณหภูมิใกล้เคียงกันคือราว 200 องศา แต่เวลาต่างกันมาก เสื้อโพลีเอสเตอร์ใช้ 45 ถึง 60 วินาที ส่วนแผ่นโลหะต้องนานกว่านั้น 2 ถึง 4 เท่า เพราะโลหะดูดความร้อนไปมากกว่าและชั้นเคลือบหนากว่าเส้นใยผ้า ถ้าใช้เวลาเท่าเสื้อ สีจะออกซีดและไม่ทน
ต้องใช้เครื่องพิมพ์รุ่นใหญ่ไหม
ไม่จำเป็น ถ้าทำแผ่นขนาดไม่เกิน A4 เครื่องตั้งโต๊ะอย่าง F130 พิมพ์ได้ครบ สิ่งที่จำกัดขนาดงานจริง ๆ คือเครื่องรีด ไม่ใช่เครื่องพิมพ์ ถ้าอยากทำแผ่น 40×60 ซม. ต้องมีเครื่องรีดขนาด 40×60 ซม. ขึ้นไป และเครื่องพิมพ์หน้ากว้าง 24 นิ้วอย่าง F530
ภาพจะไม่ซีดเลยใช่ไหม
ในอาคารที่ไม่โดนแดดโดยตรง แผ่นเกรดดีอยู่ได้หลายสิบปีตามที่ผู้ผลิตระบุ แต่กลางแดดจัดทุกอย่างซีดเร็วขึ้นมาก รวมถึงหมึกซับลิเมชั่นด้วย ควรบอกลูกค้าตามความจริงตั้งแต่ตอนขาย
ทำไมสีบนแผ่นไม่เหมือนบนจอ
เรื่องปกติของงานพิมพ์ทุกชนิด จอแสดงสีด้วยแสง แผ่นแสดงสีด้วยหมึกที่สะท้อนแสง สีบางเฉดโดยเฉพาะฟ้าสดและส้มสดจะออกมาหม่นกว่าบนจอเสมอ วิธีจัดการคือพิมพ์แถบสีทดสอบเก็บไว้ แล้วให้ลูกค้าดูชิ้นจริงก่อนสั่งจำนวนมาก ถ้าอยากให้สีตรงขึ้นต้องทำโปรไฟล์สี (ICC Profile) เฉพาะเครื่องกับแผ่นที่ใช้ ซึ่งทีมเราช่วยตั้งให้ตอนติดตั้งเครื่อง
สรุป
งานพิมพ์ภาพลงอะลูมิเนียมไม่ได้ยากกว่าพิมพ์แก้ว แค่ต้องจำ 3 เรื่อง คือใช้แผ่นที่เคลือบสำหรับซับลิเมชั่นเท่านั้น อบไล่ความชื้นก่อนรีดจริงทุกครั้ง และเริ่มจากค่า 200 องศา 90 ถึง 120 วินาทีสำหรับแผ่นเล็กแล้วปรับตามเครื่องของตัวเอง ถ้ามีเครื่องพิมพ์และเครื่องรีดอยู่แล้วก็ลองได้เลยวันนี้ ถ้ายังไม่มีหรือไม่แน่ใจว่าเครื่องรีดที่มีร้อนทั่วพอไหม ทักมาทางไลน์ ส่งขนาดแผ่นที่อยากทำมาได้ ทีมเราแนะนำขนาดเครื่องรีดที่เหมาะให้



