DTF กับ DTG เป็นสองระบบพิมพ์เสื้อที่คนถามถึงมากที่สุดเวลามาที่ร้าน เพราะชื่อคล้ายกัน ใช้หมึกขาวเหมือนกัน และพิมพ์ลายหลายสีได้ทีละตัวเหมือนกัน แต่วิธีทำงานคนละแบบ และเหมาะกับร้านคนละประเภท บทความนี้อธิบายตั้งแต่ศูนย์ ว่าแต่ละระบบทำงานยังไง ต่างกันตรงไหนบ้างในการทำงานจริง และควรเลือกอันไหนถ้าคุณกำลังจะเปิดร้าน
อธิบายสั้น ๆ ก่อน DTF และ DTG คืออะไร
DTG ย่อมาจาก Direct to Garment แปลตรงตัวว่าพิมพ์ลงเสื้อโดยตรง เสื้อถูกวางบนแท่นของเครื่องพิมพ์ หัวพิมพ์วิ่งพ่นหมึกลงบนผ้าเหมือนเครื่องพิมพ์กระดาษที่บ้าน แล้วเอาเสื้อไปอบหรือรีดให้หมึกแห้งและติดแน่น
DTF ย่อมาจาก Direct to Film คือพิมพ์ลงแผ่นฟิล์มก่อน ไม่ได้พิมพ์ลงเสื้อ พิมพ์เสร็จโรยผงกาวลงบนหมึกที่ยังเปียก อบให้ผงกาวละลาย จะได้แผ่นลายที่พร้อมรีด จากนั้นวางฟิล์มคว่ำลงบนเสื้อ ใช้เครื่องรีดร้อนกด ลอกฟิล์มออก ลายจะย้ายไปติดบนเสื้อ
ถ้าเปรียบง่าย ๆ DTG เหมือนเอาปากกาเขียนลงเสื้อตรง ๆ ส่วน DTF เหมือนทำสติกเกอร์ก่อนแล้วค่อยแปะ
ขั้นตอนการทำงานจริงของแต่ละระบบ
DTG ทำอย่างไร
- ถ้าเป็นเสื้อสีเข้ม ต้องพ่นน้ำยารองพื้น (Pretreatment) ก่อน แล้วรีดให้แห้งสนิท ถ้าพ่นแล้วยังชื้น หมึกขาวจะซึมและลายจะด่าง Epson ระบุว่าน้ำยารองพื้นต้องแห้งสนิทก่อนพิมพ์ทุกครั้ง เสื้อสีอ่อนที่เป็นคอตตอนล้วนส่วนใหญ่ข้ามขั้นตอนนี้ได้
- วางเสื้อบนแท่น ดึงให้เรียบ ไม่ให้ตะเข็บนูนขวางหัวพิมพ์ เครื่องรุ่นใหม่อย่าง F2230 ปรับความสูงหัวพิมพ์ให้เองตามความหนาผ้า
- สั่งพิมพ์ เครื่องจะพ่นหมึกขาวรองพื้นก่อน (ถ้าเสื้อสีเข้ม) แล้วพ่นสีทับ
- เอาเสื้อไปอบหรือรีดให้หมึกแห้งและเซตตัว จบ
DTF ทำอย่างไร
- พิมพ์ลายลงฟิล์มแบบกลับด้าน (Mirror) เครื่องพ่นสีก่อนแล้วพ่นหมึกขาวทับด้านหลัง
- โรยผงกาวลงบนหมึกที่ยังเปียก แล้วเคาะหรือดูดผงส่วนเกินออก เครื่องระดับผลิตอย่าง Epson SureColor G6030 มีเครื่องโรยผงต่อพ่วง (Powder Shaker) ทำขั้นตอนนี้ให้อัตโนมัติ
- อบฟิล์มให้ผงกาวละลายเป็นชั้นเรียบ ได้แผ่นทรานสเฟอร์ที่เก็บไว้รีดทีหลังได้
- วางฟิล์มบนเสื้อ รีดด้วยเครื่องรีดร้อนตามอุณหภูมิและเวลาที่ผู้ผลิตฟิล์มกำหนด
- ลอกฟิล์มออก บางยี่ห้อลอกตอนร้อน บางยี่ห้อต้องรอเย็นก่อน แล้วรีดทับอีกรอบสั้น ๆ ให้ลายเรียบเนียน
สังเกตว่า DTF มีขั้นตอนมากกว่า แต่ขั้นตอนพิมพ์กับขั้นตอนรีดแยกกันได้ พิมพ์ฟิล์มไว้ตอนเช้า 100 แผ่น แล้วค่อยรีดตอนบ่ายก็ได้ ส่วน DTG ต้องมีเสื้อจริงอยู่ตรงหน้าตอนพิมพ์เสมอ
เทียบกันทีละเรื่อง
ชนิดผ้าที่ใช้ได้
DTG ทำงานได้ดีที่สุดบนผ้าคอตตอน เพราะหมึกน้ำซึมเข้าเส้นใยธรรมชาติได้ดี ผ้าโพลีเอสเตอร์ล้วนหรือผ้ากีฬาต้องใช้น้ำยารองพื้นสูตรโพลีเอสเตอร์แยกต่างหาก และผลลัพธ์ยังไม่เท่าคอตตอน ส่วน DTF ติดได้กับผ้าเกือบทุกชนิด คอตตอน โพลีเอสเตอร์ ผ้าผสม ไนลอน หนังเทียม เพราะสิ่งที่ยึดลายไว้คือชั้นกาว ไม่ใช่หมึกที่ซึมเข้าผ้า นี่คือข้อได้เปรียบใหญ่ที่สุดของ DTF
ข้อระวังของ DTF คือคำว่า “ติดได้ทุกผ้า” ไม่ได้แปลว่าติดดีเท่ากันทุกผ้า ผ้าเคลือบกันน้ำ ผ้ายืดมาก หรือผ้าที่ทนความร้อนต่ำต้องทดสอบก่อนรับงานเสมอ
สัมผัสของลายบนเสื้อ
DTG บนเสื้อคอตตอนสีอ่อน ลายจะซึมเป็นเนื้อเดียวกับผ้า จับแทบไม่รู้สึกว่ามีลายอยู่ ใส่สบายและระบายอากาศได้ปกติ นี่คือจุดที่ DTG ชนะขาด ส่วน DTF จะมีชั้นฟิล์มบาง ๆ อยู่บนผิวผ้า ลายเล็กไม่รู้สึกอะไร แต่ลายใหญ่ทึบเต็มอกจะรู้สึกได้ว่ามีแผ่นอยู่ และระบายอากาศตรงลายน้อยกว่า
บนเสื้อสีเข้ม ความต่างจะน้อยลง เพราะ DTG ต้องพ่นหมึกขาวหนาเป็นชั้นรองอยู่แล้ว ทำให้ลายมีเนื้อขึ้นมาใกล้เคียง DTF
เวลาต่อตัว
ตัวเลขจากผู้ผลิตช่วยให้เห็นภาพ Epson ระบุเวลาพิมพ์ตัวอย่างของเครื่อง DTG แต่ละรุ่นในโหมดทดสอบไว้ดังนี้ SC-F1030 ประมาณ 80 วินาทีต่อเสื้อสีอ่อน และ 200 วินาทีต่อเสื้อสีเข้ม SC-F2230 ประมาณ 43 และ 142 วินาที ส่วน SC-F3030 รุ่นอุตสาหกรรมประมาณ 34 และ 52 วินาที จะเห็นว่าเสื้อสีเข้มใช้เวลามากกว่าเสื้อสีอ่อนมากในทุกรุ่น เพราะต้องพ่นหมึกขาวเพิ่ม และยังไม่นับเวลาพ่นน้ำยารองพื้นกับรีดให้แห้งก่อนพิมพ์
DTF เวลาพิมพ์ฟิล์มต่อแผ่นใกล้เคียงกัน แต่ต้องบวกเวลาโรยผง อบ และรีดเข้าไปด้วย ข้อดีคือทำเป็นชุดได้ พิมพ์ฟิล์มยาวติดกันหลายลายในครั้งเดียวแล้วค่อยตัดแยก เวลารวมต่อตัวเมื่อทำจำนวนมากจึงมักต่ำกว่า DTG โดยเฉพาะกับเสื้อสีเข้ม อ่านรายละเอียดรุ่น DTG แต่ละตัวได้ในบทความ เทียบ Epson DTG F1030, F2230 และ F3030
ต้นทุนวัสดุต่อตัว
เราไม่ให้ตัวเลขต้นทุนต่อตัวแบบตายตัว เพราะขึ้นกับขนาดลาย สีเสื้อ และวิธีตั้งค่าของแต่ละร้าน แต่โครงสร้างต้นทุนของสองระบบต่างกันชัด
- DTG จ่ายค่าหมึกกับน้ำยารองพื้น สิ่งที่ทำให้ต้นทุนต่อตัวสวิงมากคือหมึกขาว เสื้อสีเข้มต้องพ่นหมึกขาวเป็นชั้นรองก่อนพ่นสี จึงใช้หมึกมากกว่าเสื้อสีอ่อนหลายเท่า บวกค่าน้ำยารองพื้นที่ใช้เฉพาะเสื้อสีเข้มอีก ต้นทุนต่อตัวจึงต่างกันมากตามสีเสื้อ
- DTF จ่ายค่าหมึก ค่าฟิล์ม และค่าผงกาว ไม่มีน้ำยารองพื้น ต้นทุนต่อตัวระหว่างเสื้อสีอ่อนกับสีเข้มใกล้เคียงกันกว่า เพราะพิมพ์ขาวรองทุกแผ่นอยู่แล้ว
- ทั้งสองระบบมีต้นทุนแฝงคือหมึกขาวที่ต้องหมุนเวียนและล้างหัวพิมพ์ ถ้าเครื่องหยุดใช้นานหลายวัน หมึกขาวตกตะกอนและต้องล้างทิ้ง ร้านที่งานไม่สม่ำเสมอต้องคิดค่านี้ด้วย
วิธีรู้ต้นทุนจริงของร้านคุณคือเอาไฟล์ลายที่จะขายจริงมาพิมพ์ทดสอบที่ร้านเรา ซอฟต์แวร์ของเครื่องจะบอกปริมาณหมึกที่ใช้ต่อชิ้นให้เห็นเป็นตัวเลข
ความทนต่อการซัก
ทั้งสองระบบทนซักได้ถ้าทำถูกขั้นตอน ปัญหาส่วนใหญ่ที่เจอไม่ได้มาจากระบบ แต่มาจากขั้นตอนที่ข้าม เช่น DTG ที่น้ำยารองพื้นแห้งไม่สนิท หรืออบหลังพิมพ์ไม่ครบเวลา ลายจะซีดเร็วหลังซักไม่กี่ครั้ง DTF ที่รีดอุณหภูมิต่ำไปหรือกดไม่แน่น ขอบลายจะเริ่มลอกก่อน ถ้าจะเทียบความทนจริง ต้องทำเสื้อทั้งสองระบบด้วยสูตรที่จะขายจริง แล้วซักไปพร้อมกัน 10 ถึง 20 รอบ ดูด้วยตาตัวเอง เราไม่แนะนำให้เชื่อตัวเลขจำนวนครั้งซักที่ไม่ได้ทดสอบเอง
ตำแหน่งและชิ้นงานที่พิมพ์ได้
DTG พิมพ์ได้เฉพาะสิ่งที่วางราบบนแท่นได้ ตำแหน่งอกกับหลังทำได้ดี แขนเสื้อ กระเป๋าผ้าที่มีซิป หมวก หรือถุงเท้าทำยากหรือทำไม่ได้ ส่วน DTF พิมพ์แผ่นแล้วเอาไปรีดตรงไหนก็ได้ที่เครื่องรีดเข้าถึง แขนเสื้อ หมวก กระเป๋า รองเท้าผ้าใบ ทำได้หมด
มีเครื่องที่ทำได้ทั้งสองอย่างไหม
มี Epson SureColor F2230 เป็นเครื่องแบบไฮบริด พิมพ์ลงเสื้อโดยตรงแบบ DTG ก็ได้ หรือเปลี่ยนไปพิมพ์ลงฟิล์มแบบ DTF ก็ได้ในเครื่องเดียว ใช้หมึก UltraChrome DG2 ชุดเดียวกัน เหมาะกับร้านที่งานหลักเป็นเสื้อคอตตอนแต่มีลูกค้าขอพิมพ์หมวกหรือกระเป๋าเป็นครั้งคราว ไม่ต้องซื้อสองเครื่อง ข้อแลกคือถ้าทำ DTF ปริมาณมากจริง ๆ เครื่อง DTF เฉพาะทางหน้ากว้างอย่าง G6030 (35 นิ้ว) จะเร็วกว่าเยอะ
เลือก DTG เมื่อ
- งานหลักเป็นเสื้อคอตตอน โดยเฉพาะเสื้อสีอ่อน
- ลูกค้าให้ความสำคัญกับสัมผัสนุ่ม เช่น เสื้อแบรนด์ เสื้อเด็ก เสื้อพรีเมียม
- รับงานทีละตัว เปลี่ยนลายบ่อย ต้องการพิมพ์แล้วส่งได้เลย ไม่อยากมีขั้นตอนฟิล์มและผง
- มีคนดูแลเครื่องทุกวัน เพราะหมึกขาวและน้ำยารองพื้นต้องการความสม่ำเสมอ
เลือก DTF เมื่อ
- รับผ้าหลากหลาย ทั้งคอตตอน โพลีเอสเตอร์ เสื้อกีฬา และไม่อยากทดสอบน้ำยารองพื้นทีละชนิด
- ทำเสื้อสีเข้มเป็นส่วนใหญ่ ซึ่ง DTG ช้าและกินหมึกขาวมาก
- อยากพิมพ์ฟิล์มเก็บไว้ล่วงหน้า หรือขายเป็นแผ่นทรานสเฟอร์ให้ร้านอื่นไปรีดเอง
- รับงานหมวก กระเป๋า แขนเสื้อ หรือของที่วางบนแท่นไม่ได้
- มีพื้นที่และการระบายอากาศสำหรับผงกาวและเครื่องอบ
FAQ
DTF ไม่ต้องใช้น้ำยารองพื้นใช่ไหม
ใช่ DTF ไม่ต้องพ่นน้ำยารองพื้นบนเสื้อ เพราะชั้นกาวบนฟิล์มทำหน้าที่ยึดลายแทน แต่ก็มีขั้นตอนโรยผง อบ และรีดที่ต้องทำให้ถูกแทน ไม่ได้แปลว่าง่ายกว่าโดยรวม แค่ยากคนละจุด
ระบบไหนภาพคมกว่า
ทั้งสองระบบใช้หัวพิมพ์แบบเดียวกันและให้รายละเอียดใกล้เคียงกัน DTF บนฟิล์มเรียบมักได้เส้นบางและตัวหนังสือเล็กคมกว่าเล็กน้อย เพราะพิมพ์บนผิวเรียบ ส่วน DTG บนคอตตอนสีอ่อนให้สีที่กลืนกับผ้าเป็นธรรมชาติกว่า ต่างกันที่ลักษณะมากกว่าคุณภาพ
เริ่มต้นด้วยระบบไหนถูกกว่า
เครื่อง DTG รุ่นเล็กอย่าง SC-F1030 ตั้งบนโต๊ะได้และเป็นจุดเริ่มที่งบต่ำกว่าเครื่อง DTF ระดับผลิต แต่ DTF มีเครื่องหลายระดับราคาในตลาด และต้องบวกเครื่องโรยผงกับเครื่องอบเข้าไปด้วย ควรเทียบเป็นชุดอุปกรณ์ทั้งหมดที่ต้องซื้อ ไม่ใช่เทียบแค่ตัวเครื่องพิมพ์ ดูราคาชุดปัจจุบันได้ที่หน้า เครื่องพิมพ์สกรีนเสื้อ Epson ทุกระบบ
ร้านเดียวใช้ทั้งสองระบบได้ไหม
ได้ และร้านที่โตแล้วหลายร้านทำแบบนั้น แต่ตอนเริ่มควรเลือกระบบเดียวที่ครอบคลุมงานส่วนใหญ่ก่อน เพราะแต่ละระบบมีหมึกขาวและงานดูแลประจำวันของตัวเอง สองระบบเท่ากับงานดูแลสองเท่า ถ้าอยากได้ทั้งสองอย่างในงบเดียว F2230 แบบไฮบริดเป็นทางเลือกที่ตอบได้
สรุป
DTG พิมพ์ลงเสื้อตรง เด่นเรื่องสัมผัสนุ่มบนคอตตอน DTF พิมพ์ลงฟิล์มแล้วรีด เด่นเรื่องใช้ได้กับผ้าหลายชนิดและชิ้นงานหลายแบบ ไม่มีระบบไหนดีกว่าอีกระบบในทุกกรณี คำถามที่ควรถามตัวเองคือ ลูกค้าส่วนใหญ่ของคุณสั่งเสื้อผ้าอะไร สีอะไร และคุณอยากพิมพ์เสร็จส่งเลยหรือเตรียมล่วงหน้าได้ ถ้ายังไม่แน่ใจ เอาเสื้อจริงกับไฟล์ลายจริงมาลองพิมพ์ทั้งสองระบบที่ร้าน ติดต่อนัดได้ที่ หน้าติดต่อ



