ตัวแทนจำหน่าย Epson SureColor แท้ 100% · บริการติดตั้งและอบรมถึงหน้างาน

จ.–ส. 9:00–18:00 น.

083-764-2255 / 083-848-9111

DTG พิมพ์ได้ทุกชนิดผ้า | Thaisublimation

บทความ และ ข่าวสาร

เครื่อง DTG ( Direct To Garment) ที่พิมพ์ได้ทุกประเภทผ้า

ในบทความนี้
  1. เครื่องพิมพ์ DTG คืออะไร?
  2. 1.การพิมพ์ผ้าคอตตอน 100% (Cotton 100%) หรือผ้าเส้นใยธรรมชาติ
  3. 2. การพิมพ์ผ้าโพลีเอสเตอร์ 100% (Polyester 100%) หรือผ้าเส้นใยสังเคราะห์
  4. 3. การพิมพ์ผ้าผสมระหว่าง คอตตอน และ ผ้าโพลีเอสเตอร์
  5. 4.การพิมพ์วัสดุอื่น ๆ รวมถึงการพิมพ์ผ้าทุกประเภท
  6. อนาคต DTG
  7. DTG เหมาะกับใครบ้าง
  8. คำถามที่พบบ่อยเรื่องเครื่องพิมพ์ DTG (Q&A)
  9. สรุป

ฟังไม่ผิดครับ ทุกวันนี้เครื่อง DTG สกรีนผ้าได้ทุกประเภทแล้ว

ถ้ากำลังเลือกซื้ออยู่แล้ว ดูรุ่นและราคาทั้งหมดได้ที่หน้า เครื่องพิมพ์ DTG Epson ทุกรุ่น พร้อมราคา ส่วนบทความนี้จะอธิบายว่าระบบ DTG ทำงานอย่างไร และพิมพ์ผ้าชนิดไหนได้บ้าง

เครื่องพิมพ์ DTG คืออะไร?

ช่องใส่หมึกด้านหน้าเครื่องสกรีนเสื้อ Epson เปลี่ยนถุงหมึกได้โดยไม่ต้องหยุดเครื่อง
ช่องใส่หมึกด้านหน้า เปลี่ยนถุงหมึกได้โดยไม่ต้องหยุดเครื่อง · ขอบคุณภาพจาก Epson

DTG คือ Direct To Garment เป็นเทคโนโลยีพิมพ์ลงบนเสื้อหรือผ้าโดยตรงด้วยหัวพิมพ์อิงก์เจ็ต ไม่ต้องทำบล็อกสกรีน งานละเอียดหรือมีหลายสีก็พิมพ์ได้ตั้งแต่ตัวเดียว เหมาะทั้งงานสกรีนเสื้อตามสั่ง (Print on Demand) และงานผลิตจำนวนมาก ถ้าย้อนไปเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว เครื่อง DTG ถือเป็นดาวดวงใหม่ของวงการสกรีน เพราะทำงานด้วยระบบ Digital ไม่ต้องทำบล็อกสกรีน หนึ่งตัว หนึ่งลายก็สกรีนได้ตามแนวคิดของดิจิทัลปริ้น ที่สำคัญคือสกรีนได้หลายสีโดยไม่ติดข้อจำกัดของบล็อกสกรีน ดีไซเนอร์จึงออกแบบได้เต็มที่ และได้ผลงานที่สวยด้วย

ตลอดเวลาที่ผ่านมา DTG พัฒนาไปทางด้านใดบ้าง

ประวัติ DTG 7-8 ปีผ่าน จริง ๆ แล้ว DTG ไม่ได้เพิ่งมีในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา ถ้าย้อนกลับไปน่าจะนานกว่า 15 ปีแล้วที่มีเครื่อง Digital to garment สำหรับพิมพ์สกรีนลงเสื้อด้วยระบบดิจิทัล ยี่ห้อแรก ๆ ที่ผมเคยได้ยิน ยังจำได้ และยังมีจำหน่ายอยู่ก็คือ Kornit

เครื่องพิมพ์ DTG Kornit Breeze 921
เครื่องพิมพ์ DTG Kornit Breeze 921

Kornit Direct To Garment ราคาในสมัยนั้นแพงมาก น่าจะอยู่ที่ 5 ล้านกว่าบาท ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับวงการสกรีน ราคา 5 ล้านกว่ากับกำลังผลิตเสื้อยืดได้วันละไม่กี่ตัว ถือว่าเป็นการลงทุนที่สูงมากเมื่อเทียบกับงานสกรีนแบบดั้งเดิม (kornit.com)

แต่ในสมัยนั้นก็ต้องยอมรับว่าเป็นเครื่องสกรีนที่ดีมาก เหมาะกับการผลิตสินค้าตัวต้นแบบก่อนเดินงานจริง และช่วยลดเวลาการออกสินค้าได้มาก มองอีกด้านหนึ่งคือเมื่อใช้งานน้อย เครื่องก็จอดนาน พอเครื่องไม่ได้เดินต่อเนื่อง โอกาสที่หัวพิมพ์จะอุดตันก็มีบ่อยขึ้น

จุดสำคัญคือหัวพิมพ์แพงมาก ราคาหลายแสน และราคาหมึกพิมพ์สกรีนก็สูง คนที่เลือกระบบ DTG ในช่วงนั้นจึงเหนื่อยกันพอสมควร ต่อมาก็มี DTG ยี่ห้ออื่นตามมา ไม่ว่าจะเป็น Brother เครื่อง China (Modifier) Ricoh , AnaJet , R-Jet ,Epson , Roland , (ข้อมูลสินค้าดังกล่าวจากการที่มีในจำหน่ายในไทย)  ส่วนยี่ห้อที่ยังมีจำหน่าย ณ วันนี้ ผู้เล่นหลักคือ Brother และ Epson และยังพบเห็นในตลาดอยู่พอสมควร  ผมจึงขอพูดถึงสองยี่ห้อนี้ คือ Epson และ Brother เป็นหลัก

Brother (ประวัติ Brother) เป็นหนึ่งในผู้ผลิตเครื่อง DTG รายแรก ๆ ช่วงที่ตลาด Digital to garment เพิ่งเริ่มต้น เช่นเดียวกับ Kornit โดย Brother GT541 ถือเป็นรุ่นแรก ก่อนพัฒนาสินค้าต่อเนื่องมาเป็นตระกูล GT3 ซึ่งพิมพ์หมึกขาวรองบนผ้าดำได้

DTG Brother GT3
DTG Brother GT3

หลังจาก GT3 ได้รับความนิยมมาก ก็มีการเพิ่มความสามารถมาเป็น GTX และ GTX-Pro โดยแยกหัวพิมพ์ขาวออกจากหัวพิมพ์สี ช่วยเพิ่มความเร็วในการพิมพ์ และถ้าหัวพิมพ์สีขาวซึ่งมักมีปัญหามากที่สุดเสีย ก็เปลี่ยนเฉพาะหัวที่มีปัญหาได้ทันที

Brother GTX PRO
Brother GTX PRO

ต่อมาก็อัปเกรดตัวเครื่องให้ใส่น้ำหมึกได้มากขึ้น เพื่อลดต้นทุนการผลิตสำหรับลูกค้าที่ต้องการสกรีนเสื้อปริมาณมาก และให้แข่งขันกับงานสกรีนระบบเดิมได้ จึงออกมาเป็นรุ่น GTX-Pro Bulk Ink รุ่นนี้ตอบโจทย์ดี เพราะลดต้นทุนการสกรีนต่อตัวลงได้มาก

Brother GTX600
Brother GTX600

เมื่อตลาด DTG ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการมากขึ้น เพราะต้นทุนน้ำหมึกถูกลง ราคาเครื่องไม่แพงเหมือนก่อน ใช้งานง่าย และงานซ่อมเซอร์วิสไม่ยุ่งยาก เรียกว่าสะดวกขึ้นมาก ทาง Brother จึงเปิดตัว DTG ที่รองรับงานพิมพ์หน้ากว้างถึง 61×61 เซนติเมตร ตอบโจทย์งานสกรีนแบบ OVP ได้ดีมาก

Epson SureColor F2000 ถือเป็น DTG รุ่นแรกจากค่ายเอปสัน ราคาเปิดตัวเกือบ 1.2 ล้าน รองรับขนาดพิมพ์สกรีน 16×20 นิ้ว มาพร้อมน้ำหมึกขาว จึงสกรีนได้ทั้งเสื้อขาว เสื้อสีเข้ม และเสื้อสีดำ จุดเด่นของ DTG ตัวนี้คือใช้งานง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้มาก

Epson SureColor F2000
Epson SureColor F2000

งานสกรีนออกมาสวยมาก เอปสันยังมีน้ำยาสำหรับสกรีนผ้าสีเข้มหรือผ้าสีดำ จึงประสบความสำเร็จมากในตอนนั้น เพราะราคาไม่แพงและใช้งานได้ดี หลังเปิดตัวเครื่อง DTG F2130 ได้ไม่นานก็ได้รับความนิยมพอสมควร เนื่องจากราคาเครื่องเพียง 599,000 ซึ่งตอนนั้นถือเป็นราคาที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น แต่ต้นทุนการพิมพ์ยังสูงกว่างานสกรีน เอปสันจึงเปิดตัวเครื่อง F3030 เป็น DTG ที่ใช้หัวพิมพ์ใหม่ พร้อมหัวพิมพ์สองหัว แยกหัวพิมพ์สีขาวกับหัวพิมพ์สี และเปลี่ยนแยกกันได้

Epson SureColor F2130
Epson SureColor F2130

จุดสำคัญของเครื่อง DTG Epson SureColor F3030 คือออกแบบให้ลูกค้าถอดเปลี่ยนหัวพิมพ์ได้เอง ไม่ต้องรอช่างเข้ามาเปลี่ยนให้ จึงสะดวกมาก  ในชุดยังมีหัวพิมพ์สำรองมาให้ด้วย เมื่อมีปัญหาก็หยิบมาเปลี่ยนได้ทันที

Epson SureColor F3030
Epson SureColor F3030

เครื่องรุ่นนี้ทำงานได้เร็ว เพราะใช้หัวพิมพ์ตัวใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม อีกจุดคือเพิ่มความจุน้ำหมึกเป็น 1.5 ลิตร ทำให้ราคาต้นทุนการพิมพ์ถูกลงกว่าเดิมกว่าเท่าตัว  จึงเหมาะกับงานพิมพ์ระดับอุตสาหกรรมในระบบ Direct To Garment

หลังจากนั้นไม่นาน เอปสันก็เปิดตัวเครื่อง DTG รุ่นใหม่ที่พิมพ์ได้กับผ้าทุกประเภท นั่นคือเครื่อง Epson SureColor F2230  ส่วนวิธีทำงานเป็นอย่างไร มาดูกันครับ

1.การพิมพ์ผ้าคอตตอน 100% (Cotton 100%) หรือผ้าเส้นใยธรรมชาติ

เดิมที DTG ( Direct To Garment ) ถูกออกแบบมาสำหรับสกรีนผ้า Cotton 100% เพราะสมัยก่อนเน้นใช้งานกับเส้นใยธรรมชาติ ก่อนจะพัฒนามารองรับเส้นใยสังเคราะห์  การพิมพ์สกรีนผ้า Cotton 100 ด้วยเครื่องพิมพ์ Ink Jet จะใช้น้ำหมึก

Epson SureColor F2230
Epson SureColor F2230

Pigment มีคุณสมบัติไม่ละลายน้ำ สีคงทนและไม่ซีดง่าย โดยหมึกจะยึดติดอยู่บนเส้นด้าย เนื่องจากน้ำหมึกเป็นของเหลว จึงแทรกเข้าไปตามเส้นด้ายได้ดี แล้วฟิกหมึกด้วยความร้อน เมื่อน้ำหมึกซึมถึงเส้นด้าย ผิวสัมผัสจึงไม่แข็งกระด้างเหมือนงานสกรีนบนผ้าทั่วไป  แต่ถ้าพิมพ์สกรีนบนเสื้อสีดำ ต้องลงหมึกขาวก่อนเพื่อไม่ให้สีจมไปกับเนื้อผ้า ไม่เช่นนั้นรายละเอียดของภาพที่พิมพ์จะหายไป

บางสีก็มองไม่เห็น เพราะผ้าสีดำเข้มกว่าสีของงานพิมพ์ การลงน้ำหมึกสีขาวก่อนจะช่วยให้ภาพและสีออกมาตรงตามที่ต้องการ แต่ก่อนลงหมึกขาวบนผ้า Cotton 100% ต้องมีน้ำยาช่วยให้น้ำหมึกสีขาวเกาะติดเสมอ (Pre Treatment Liquid)  ถ้าพิมพ์หมึกลงบนผ้าโดยตรง เนื้อผ้าจะรับหมึกขาวไว้ไม่ได้ดี และหมึกอาจหลุดร่อนหลังนำไปใช้งาน

อีกกรณีหนึ่งคือระหว่างพิมพ์สกรีน น้ำหมึกขาวซึ่งเป็นของเหลวอาจไหลไปตามเส้นใยผ้า ทำให้งานไม่สวย การลงน้ำยา Pre Treatment ต้องผสมตามสัดส่วนที่เหมาะกับประเภทงาน แต่ละแบบใช้ไม่เหมือนกัน ควรทดสอบก่อนเพื่อหาจุดที่เหมาะกับงานพิมพ์

2. การพิมพ์ผ้าโพลีเอสเตอร์ 100% (Polyester 100%) หรือผ้าเส้นใยสังเคราะห์

เครื่อง DTG Epson SureColor F2230 พิมพ์ผ้าโพลีเอสเตอร์ได้ เพราะเอปสันพัฒนาน้ำยาสำหรับเคลือบผ้าโพลีเอสเตอร์มาโดยเฉพาะ ขั้นตอนการพิมพ์แทบไม่ต่างจากการพิมพ์สกรีนบน Cotton 100 จุดที่ต่างคือน้ำยาเคลือบผ้าใช้คนละสูตร ส่วนหมึกและเครื่องยังเป็นชุดเดิม

การสกรีนผ้าโพลีเอสเตอร์ 100 % ทำได้ทั้งผ้าขาว ผ้าสีเข้ม และผ้าดำ เหมือนกับผ้า Cotton 100 แต่ต้องปรับสัดส่วนการผสมน้ำยาเคลือบ อุณหภูมิ และระยะเวลาในการ Fix ความร้อน พูดง่าย ๆ คือหมึก pigment ของเอปสันใช้พิมพ์สกรีนได้กับผ้าทุกประเภท

3. การพิมพ์ผ้าผสมระหว่าง คอตตอน และ ผ้าโพลีเอสเตอร์

ผ้าที่จำหน่ายและใช้งานในตลาดมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับว่านำไปใช้ทำอะไร บางชนิดผสมเส้นใยธรรมชาติกับเส้นใยสังเคราะห์ เพื่อให้ได้คุณสมบัติเด่นที่ต่างกัน การเลือกวิธีสกรีนผ้าแบบง่าย ๆ มีสองแนวทางหลัก

  1. ถ้าผ้ามีเส้นใยธรรมชาติมากกว่าเส้นใยสังเคราะห์ ให้เลือกน้ำยาเคลือบผ้าสูตร Cotton Base
  2. ถ้าผ้ามีเส้นใยธรรมชาติน้อยกว่าเส้นใยสังเคราะห์ ให้เลือกน้ำยาเคลือบผ้าสูตร Polyester Base
  3. ถ้าผสมในสัดส่วนเท่ากัน 50/50 ให้เลือกสูตร Cotton Base

4.การพิมพ์วัสดุอื่น ๆ รวมถึงการพิมพ์ผ้าทุกประเภท

DTG Epson พิมพ์ได้กับผ้าทุกประเภทจริงไหม?  ตอบ : ใช่ครับ จากที่ผมอธิบายไว้ข้างต้น Epson SureColor F2230 พิมพ์สกรีนได้ทั้งผ้า Cotton 100%  ผ้า Polyester 100% และผ้าผสม  โดยพิมพ์สกรีนลงบนผ้าได้โดยตรง

เครื่อง Epson SureColor F2230 ยังมีอีกฟีเจอร์หนึ่งคือ DTF หรือการพิมพ์สกรีนลงบนแผ่นฟิล์มก่อน (กลับโหมดการพิมพ์) แล้วนำแผ่นฟิล์มไป Transfer ลงบนผ้าหรือวัสดุอื่นด้วยการรีดร้อน มีเงื่อนไขว่าผ้าและวัสดุนั้นต้องทนความร้อนได้ถึง 150 -170 องศา เท่านั้น

หลักการทำงานคือแทนที่จะพิมพ์สกรีนลงบนผ้าโดยตรง ก็เปลี่ยนมาพิมพ์ลงบนแผ่นฟิล์ม โดยพิมพ์สีก่อนแล้วค่อยพิมพ์ขาวตาม ( ถ้าเป็นระบบ DTG จะพิมพ์ขาวรองพื้นก่อนค่อยพิมพ์สีตาม) เมื่อพิมพ์ขาวเสร็จ ให้นำแผ่นฟิล์มไปเคลือบกาว(กาวผง) แล้วอบกาวให้แห้งและติดกับฟิล์ม ก็จะได้แผ่นฟิล์ม DTF ( Digital To Film)

เมื่อได้แผ่นฟิล์มแล้ว ก็นำไปทรานเฟอร์ลงบนผ้าหรือวัสดุต่าง ๆ ได้เลย

DTG เมื่อเทียบกับ DTF

กระแสที่มาแรงตอนนี้คงหนีไม่พ้น  DTF ( การพิมพ์สกรีนบนแผ่นฟิล์มแล้วไปทรานเฟอร์ลงบนวัสดุต่าง) เพราะเป็นงาน Digital ที่ทำงานได้คล้าย DTG จุดที่สะดวกคือไม่ต้องพิมพ์ลงบนผ้าก่อน  ลดความเสียหายจากการพิมพ์บนผ้าโดยตรง นำแผ่นฟิล์มไปสกรีนลงวัสดุได้หลายแบบ ส่งแผ่นฟิล์มไปที่ไหนก็ได้ และให้ความคมชัดค่อนข้างดี

เมื่อ DTF เข้ามาในตลาด วงการสกรีนแบบดั้งเดิม ( Block Screen / Silk Screen) ก็ได้รับผลกระทบมาก เพราะทำงานเร็วกว่า ใช้พื้นที่และคนงานน้อยกว่า สีสวย และไม่จำกัดจำนวนสี ถ้าเปรียบเทียบ DTG vs DTF โดยยังไม่พูดถึงต้นทุนของสองระบบ DTG ก็ยังได้เปรียบ DTF อยู่หลายด้าน มีอะไรบ้าง มาดูกันครับ

  1. งานไล่โทน Gradient ตามขอบหรืองานพิมพ์แบบฟุ้งทำได้ดีกว่า ตัวอย่างเช่นการพิมพ์สกรีนควันไฟลงบนผ้า DTG จะเก็บงานได้ดีกว่า เพราะพิมพ์หมึกขาวลงบนผ้าได้โดยตรงและหมึกยึดกับผ้าได้เลย ถ้าพิมพ์จาง น้ำหมึกก็ติดแบบจาง ๆ ส่วน DTF พิมพ์ขาวจาง ๆ ไม่ได้ เพราะต้องอาศัยกาวในการยึด ถ้าลงสีขาวจาง งานก็จะติดไม่ครบ
  2. งานพิมพ์สกรีนนุ่มกว่า ผิวสัมผัสดีกว่า และไม่แข็งกระด้างเวลาสวมใส่ ส่วนงาน DTF อาจรู้สึกไม่สบายตัวและอากาศถ่ายเทไม่ดีเท่า
  3. เครื่อง DTG มีขนาดไม่ใหญ่ และประหยัดพื้นที่
  4. เครื่อง DTG ที่มีฟีเจอร์พิมพ์ DTF จะให้งานคมชัดกว่า เพราะไม่ต้องฟีดกระดาษแบบเครื่อง DTF สีขาวจึงไม่เหลื่อม
  5. มีขั้นตอนการทำงานน้อยกว่า
  6. งานคงทนและมีอายุใช้งานนานกว่า เพราะพิมพ์สกรีนลงบนผ้าโดยตรง น้ำหมึกจึงยึดกับเนื้อผ้า ต่างจาก DTF ที่ใช้กาวยึดงานเข้ากับผ้า เมื่อใช้งานไปนาน ๆ กาวมีโอกาสเสื่อมสภาพง่ายกว่า และลายสกรีนอาจหลุดออกได้
  7. รีดซ้ำได้ไม่จำกัด ส่วน DTF ถ้ารีดซ้ำบ่อย ๆ กาวจะค่อย ๆ เสื่อมสภาพ รวมถึงการซักด้วยเครื่องซักผ้าที่ใช้น้ำร้อน
  8. ดูแลรักษาเครื่องง่ายกว่า และตัวเครื่องก็ใช้งานง่ายกว่า

อนาคต DTG

กระแสระบบสกรีน DTF ได้รับการตอบรับดีมาก จนงานสกรีนแบบดั้งเดิม ( Silk Screen) ค่อย ๆ ลดลง แม้แต่เครื่องพิมพ์สกรีนระบบ DTG ก็ได้รับความนิยมน้อยลงเรื่อย ๆ แต่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการงานคุณภาพจริงยังเลือกใช้ DTG เพราะยังขายงานได้ราคา

ถ้าลองสังเกตดู แบรนด์ผู้นำตลาดอย่าง Epson , Brother ยังมีสินค้า DTG ออกสู่ตลาดเรื่อย  ๆ เอปสันเองก็มี Epson SureColor F2230 ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์พิมพ์แบบ DTF รวมถึง Epson SureColor F3030 ที่ออกแบบให้บรรจุน้ำหมึกได้มาก เพื่อลดต้นทุนและแข่งขันกับเครื่องราคารับพิมพ์ DTF ได้

สินค้าที่กำลังจะเข้ามาในอนาคตก็มีเครื่องพิมพ์สกรีนระบบ DTG ขนาดเล็กลงเป็น A4 เหมาะกับองค์กร บริษัท หรือห้างร้านที่ต้องการพิมพ์สกรีนภาพใช้เอง รวมถึงนำเครื่องออกไปรับบริการพิมพ์สกรีนนอกสถานที่ได้ เพราะตัวเครื่องมีขนาดเล็กลง

จะเห็นว่างานสกรีนระบบ DTG ยังเหมาะกับคนที่ต้องการผลิตสินค้าตัวอย่างของตัวเอง หน้าร้านที่มีพื้นที่ไม่มาก หรืองานพิมพ์สกรีนที่เน้นคุณภาพและต้องการคุณสมบัติที่ดีกว่างานสกรีนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น DTF / Silk Screen / Sublimation / Flex

เมื่อดูตามนี้ งานสกรีนระบบ DTG ก็ยังอยู่ได้อีกนาน เหมาะกับคนที่ต้องการคุณภาพแตกต่าง เจ้าของแบรนด์ ร้านรับสกรีน(สำหรับขึ้นตัวอย่าง) รวมถึงหน่วยงานและองค์กร  ต่าง ๆ

DTG เหมาะกับใครบ้าง

  • Designer ที่ทำสินค้าตัวอย่าง เพราะ DTG สร้างงานได้สวย และไม่จำกัดแนวทางการออกแบบ
  • หน้าร้านหรือซ๊อฟขายเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีพื้นที่ไม่มาก
  • ออแกไนซ์ งานออกบูธ หรืองานอีเว้น สำหรับทำโปรโมชั่น เสื้อกิจกรรม และสินค้าแจกหน้างาน เพราะเคลื่อนย้ายเครื่องได้ง่ายกว่าระบบอื่น
  • งานพิมพ์ที่ต้องใช้เทคนิคซับซ้อน เช่น OVP
  • ลูกค้าที่ต้องการสีสกรีนปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อผู้สวมใส่
  • เจ้าของแบรนด์สินค้า

เครื่องพิมพ์ซับลิเมชั่นรุ่นอื่น ๆ

Epson SureColor F130 (A4) Epson SureColor F530 (หน้ากว้าง 24 นิ้ว) Epson SureColor F531 (หน้ากว้าง 24 นิ้ว หมึก Fluorescent ) Epson SureColor F6330 (หน้ากว้าง 44 นิ้ว ) Epson SureColor F7270 (หน้ากว้าง 64 นิ้ว) Epson SureColor F9430 (หน้ากว้าง 64 นิ้ว ความเร็วสูง)

Epson SureColor F9430H (หน้ากว้าง 64 นิ้ว ความเร็วสูงหมึก Fluorescent ) Epson SureColor F10030 (หน้ากว้าง 76 นิ้ว Super Speed) รับปรึกษาเกี่ยวกับงานพิมพ์ระบบซับลิเมชั่นแบบฟรี ๆ ไม่มีเงื่อนไข LINE: @599xvixd

คำถามที่พบบ่อยเรื่องเครื่องพิมพ์ DTG (Q&A)

คำถามที่ร้านสกรีนถามบ่อยก่อนตัดสินใจซื้อเครื่อง DTG ทั้งชนิดผ้าที่รองรับ การรองพื้นเสื้อสีเข้ม และความต่างจากระบบ DTF ตอบไว้ให้ตรงนี้

Q : เครื่อง DTG พิมพ์ผ้าโพลีเอสเตอร์ได้ไหม?

ได้ครับ แต่ต้องใช้น้ำยารองพื้นสูตรที่เหมาะกับเส้นใยสังเคราะห์ และคุมอุณหภูมิรีดให้ต่ำกว่าผ้าคอตตอน ไม่เช่นนั้นสีจากเนื้อผ้าจะย้อนขึ้นมาปนกับหมึกจนงานดูหม่น ถ้ารับงานโพลีเอสเตอร์ล้วนปริมาณมาก ระบบซับลิเมชั่นยังคุมต้นทุนต่อตัวได้ดีกว่า

Q : พิมพ์เสื้อสีเข้มต้องรองพื้นทุกครั้งไหม?

ต้องครับ หมึก DTG เป็นหมึกน้ำ ถ้าไม่มีหมึกขาวรองไว้ ลายจะจมไปกับสีเสื้อ เครื่องที่แยกชุดจ่ายหมึกขาวจะจัดการขั้นตอนนี้ให้จบในรอบพิมพ์เดียว ไม่ต้องถอดเสื้อออกมาพิมพ์ซ้ำ

Q : DTG กับ DTF ต่างกันตรงไหน?

DTG พิมพ์ลงบนเนื้อผ้าโดยตรง งานจึงนุ่มและกลืนไปกับเสื้อ ส่วน DTF พิมพ์ลงบนฟิล์มแล้วนำไปรีดทับ จึงติดได้กับวัสดุเกือบทุกชนิด รวมถึงผ้าที่ DTG ทำได้ยาก แต่ผิวสัมผัสจะเป็นแผ่นฟิล์มอยู่บนเสื้อ

Q : เริ่มต้นควรใช้รุ่นไหน?

ถ้ายังรับงานวันละไม่กี่สิบตัว รุ่นตั้งโต๊ะอย่าง F1030 ก็เพียงพอสำหรับเริ่มต้น เมื่อออร์เดอร์นิ่งแล้วค่อยขยับไป F2230 หรือ F3030 ซึ่งออกแบบให้เดินงานต่อเนื่องได้นานกว่า

สรุป

เครื่อง DTG ทุกวันนี้ไม่ได้จำกัดแค่ผ้าคอตตอนแล้ว ทั้งผ้าโพลีเอสเตอร์ ผ้าผสม และวัสดุอื่นก็พิมพ์ได้ ถ้าเลือกน้ำยารองพื้นและตั้งค่าการรีดให้เหมาะกับชนิดผ้า เรื่องที่ต้องชั่งใจจริง ๆ คือชนิดผ้าที่รับเป็นหลักกับปริมาณงานต่อวัน เพราะแต่ละระบบมีจุดคุ้มทุนต่างกัน ถ้าอยากให้ช่วยดูว่างานของคุณเหมาะกับรุ่นไหน ทักมาทาง LINE ได้เลย ทีมงานช่วยเทียบให้ก่อนตัดสินใจ