Epson SC-F1030, SC-F2230 และ SC-F3030 เป็นเครื่อง DTG คนละระดับกำลังผลิต การเลือกไม่ควรเริ่มจากคำว่าเล็ก กลาง ใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูขนาดลาย จำนวนเสื้อต่อวัน ชนิดผ้า ขั้นตอน Pretreatment วิธีอบ พื้นที่ และจำนวนคน เครื่องที่พิมพ์เร็วกว่าไม่ได้ทำให้ร้านส่งงานได้เร็วขึ้นเสมอ ถ้าขั้นตอนพ่นน้ำยาหรืออบยังเป็นคอขวด

ภาพรวมแต่ละรุ่น
Epson SC-F1030
รุ่นขนาดกะทัดรัดสำหรับงานชิ้นเล็ก ร้านเริ่มต้น งานของขวัญ และพื้นที่จำกัด ผู้ผลิตระบุพื้นที่พิมพ์สูงสุดตามแท่นขนาดเล็ก 254 × 305 มม. มีหมึก CMYK และ White ขนาด 250 มล. รองรับคอตตอน โพลีเอสเตอร์ และผ้าผสมตามสัดส่วนที่กำหนด จุดที่ต้องเช็กคือขนาดลายของร้าน หากงานเสื้อผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ต้องการลายใหญ่กว่าพื้นที่แท่น รุ่นนี้อาจไม่ใช่เครื่องหลัก
Epson SC-F2230
รุ่นสำหรับร้านขนาดย่อมถึงกลางที่รับเสื้อเป็นงานหลัก พื้นที่ภาพที่ผู้ผลิตระบุ 346 × 408 มม. หัวพิมพ์ MicroTFP 3,200 หัวฉีด หมึก UltraChrome DG2 แบบแพ็ก 800 มล. และมีระบบปรับระยะห่างกับชิ้นงานอัตโนมัติ เหมาะกับร้านที่ต้องการขนาดลายเสื้อทั่วไปและทำงานทุกวัน แต่ยังต้องวางจุดพ่น Pretreatment กับระบบอบให้ทันเครื่อง
Epson SC-F3030
รุ่นอุตสาหกรรมสำหรับงานปริมาณมาก พื้นที่พิมพ์สูงสุด 406 × 508 มม. ใช้หัวพิมพ์ MicroTFP 2 หัว ระบบหมึก 1.5 ลิตรต่อสี และผู้ผลิตระบุความเร็วตัวอย่าง 34 วินาทีต่อชิ้นสำหรับเสื้อสีอ่อน กับ 52 วินาทีต่อชิ้นสำหรับเสื้อสีเข้มในโหมดที่กำหนด ตัวเครื่องและพื้นที่ทำงานใหญ่กว่ามาก จึงต้องคิดเรื่องคนป้อนเสื้อ จุดพักงาน เตาอบ และการซ่อมบำรุงเป็นระบบ
ตัวเลขความเร็วเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
SC-F1030 มีตัวเลขตัวอย่างประมาณ 80 วินาทีต่อเสื้อสีอ่อนและ 200 วินาทีต่อเสื้อสีเข้ม ส่วน SC-F2230 ระบุ 43 และ 142 วินาที และ SC-F3030 ระบุ 34 กับ 52 วินาทีตามโหมดทดสอบของแต่ละรุ่น ตัวเลขเหล่านี้ช่วยเห็นระดับเครื่อง แต่ไม่ใช่คำรับประกันยอดผลิต เพราะขนาดภาพ ความละเอียด ปริมาณหมึกขาว และขั้นตอนก่อนกับหลังพิมพ์อาจต่างกัน
- ใช้ไฟล์เดียวและขนาดภาพเดียวในการสาธิตทั้งสามรุ่น
- ใช้เสื้อรุ่น สี และล็อตเดียวกัน
- กำหนดคุณภาพพิมพ์ที่ลูกค้ายอมรับก่อนจับเวลา
- นับเวลาวางเสื้อ พิมพ์ ถอดเสื้อ อบ และตรวจงาน
- นับชิ้นเสียกับเวลาทำความสะอาดระหว่างกะ
เปรียบเทียบตามโจทย์ธุรกิจ
- งานลายเล็ก พื้นที่จำกัด และยอดยังไม่แน่นอน: เริ่มประเมินจาก SC-F1030 แต่ต้องตรวจขนาดแท่นกับงานหลักก่อน
- ร้านเสื้อที่รับงานทุกวันและต้องการลายขนาดทั่วไป: SC-F2230 ให้สมดุลด้านพื้นที่พิมพ์ ระบบหมึก และกำลังผลิต
- โรงงานหรือศูนย์ผลิตที่มีคำสั่งซื้อจำนวนมาก: SC-F3030 เหมาะเมื่อ Pretreatment เตาอบ คน และคิวงานรองรับการผลิตต่อเนื่องแล้ว
Pretreatment เป็นคอขวดที่มักถูกมองข้าม
เสื้อสีเข้มต้องลง Pretreatment ให้สม่ำเสมอ ถ้าพ่นด้วยมือหนึ่งจุดต่อเครื่อง ความเร็วของ SC-F3030 อาจทำให้แผนกน้ำยาไม่ทัน ร้านควรวัดจำนวนเสื้อที่เตรียมได้ต่อชั่วโมง คุณภาพการพ่น พื้นที่แห้ง และจำนวนเสื้อสำรองก่อนเข้าพิมพ์ สำหรับผ้าต่างชนิดต้องแยกสูตรและอุปกรณ์เพื่อลดการปนกัน
ระบบอบต้องรองรับหมึกที่ออกจากเครื่อง
เครื่องรีดร้อนเหมาะกับยอดไม่มากและพื้นที่จำกัด แต่ใช้แรงงานวางเสื้อทีละชิ้น เตาอบเหมาะกับสายการผลิตต่อเนื่องแต่ต้องคุมอุณหภูมิ ลม และเวลาพัก ถ้ากำลังอบต่ำกว่ากำลังพิมพ์ เสื้อจะกองรอและสีอาจเปลี่ยนตามเวลาพัก การทดลองจึงต้องนับเสื้อที่อบผ่าน ไม่ใช่นับเสื้อที่พิมพ์ออกจากเครื่อง
ขนาดลายและชนิดเสื้อ
- วัดลายขายดี 20 อันดับแรกแล้วเทียบกับพื้นที่แท่นของแต่ละรุ่น
- ตรวจเสื้อเด็ก กระเป๋า แขนเสื้อ และชิ้นงานพิเศษว่ามีแท่นรองรับหรือไม่
- ดูความหนา ตะเข็บ ซิป และกระดุมที่อาจชนหัวพิมพ์
- แยกผ้าคอตตอน โพลีเอสเตอร์ และผ้าผสมเพื่อกำหนดน้ำยากับสูตรอบ
- ทดสอบเสื้อสีเข้มที่เสี่ยง Dye Migration ก่อนรับยอดผลิต
ต้นทุนที่ต้องรวม
- หมึกสี หมึกขาว Pretreatment และน้ำยาทำความสะอาด
- เสื้อเสียจากพ่นน้ำยาไม่สม่ำเสมอ วางเอียง หรือหัวฉีดหาย
- แท่นเสริม เครื่องพ่น เครื่องรีดหรือเตาอบ และระบบระบายอากาศ
- ชุดบำรุงรักษา กล่องทิ้งหมึก และอะไหล่ตามรอบ
- เวลาพนักงานเตรียมเสื้อ ป้อนเครื่อง ตรวจงาน และทำความสะอาด
- พื้นที่และเงินทุนสำหรับเก็บเสื้อหลายไซซ์หลายสี
DTG กับ DTFilm ไม่ใช่เครื่องกลุ่มเดียวกัน
ต้นฉบับเดิมกล่าวถึง Epson G6030 ร่วมกับสามรุ่นนี้ แต่ G6030 เป็นระบบ DTFilm/DTF ซึ่งพิมพ์ลงฟิล์มแล้วโรยกาว อบ และรีดลงเสื้อ ไม่ควรรวมเป็น DTG ในตารางเดียวโดยไม่แยกกระบวนการ หากร้านต้องการผ้าหลากหลายและผลิตฟิล์มเก็บไว้ DTF อาจตอบโจทย์ แต่สัมผัสลายและ workflow ต่างจากการพิมพ์ลงเสื้อโดยตรง อ่านต่อที่ DTF กับ DTG ต่างกันอย่างไร
เช็กลิสต์ทดสอบก่อนเลือก
- เตรียมเสื้ออย่างน้อยสามชนิดและสองสีจากล็อตจริง
- ใช้ไฟล์เดียว ขนาดเดียว และโหมดคุณภาพที่รับได้กับทุกรุ่น
- ให้พนักงานของร้านลองวางเสื้อและทำความสะอาด ไม่ดูเฉพาะผู้สาธิต
- นับเวลาตั้งแต่พ่นน้ำยาจนเสื้ออบเสร็จ
- ซักตัวอย่างหลายรอบและตรวจสี สัมผัส กับการแตกร้าว
- คำนวณต้นทุนต่อชิ้นจากหมึก น้ำยา เสื้อเสีย แรงงาน และเวลาเครื่อง
- ตรวจเงื่อนไขรับประกัน การตอบสนอง และอะไหล่ที่ควรสำรอง
สรุป
SC-F1030 เหมาะกับงานขนาดเล็กและการเริ่มต้น, SC-F2230 เหมาะกับร้านเสื้อที่ต้องการเครื่องหลักระดับย่อมถึงกลาง และ SC-F3030 เหมาะกับสายผลิตปริมาณสูงที่มีระบบสนับสนุนพร้อมแล้ว ให้ตัดสินจากชิ้นงานผ่านการอบต่อชั่วโมง ขนาดลาย และต้นทุนรวม ไม่ใช่ราคาเครื่องหรือความเร็วพิมพ์เพียงบรรทัดเดียว


