ภาพประกอบ workflow ธุรกิจสกรีนแก้วและทัมเบลอร์ตั้งแต่เตรียมกระดาษจนแพ็กสินค้า

Articles

เริ่มธุรกิจพิมพ์แก้วซับลิเมชั่น: อุปกรณ์ 4 อย่าง กี่องศา และจุดที่มือใหม่พลาด

ในบทความนี้
  1. พิมพ์แก้วด้วยซับลิเมชั่นคืออะไร
  2. อุปกรณ์ที่ต้องมี 4 อย่าง
  3. แก้วแบบไหนขายดี
  4. ตั้งเครื่องรีดกี่องศา กี่วินาที
  5. ขั้นตอนทำทีละขั้น
  6. ปัญหาที่มือใหม่เจอบ่อย
  7. คิดต้นทุนและตั้งราคาอย่างไร
  8. ควรเริ่มจากชุดไหน
  9. FAQ
  10. สรุป

ธุรกิจพิมพ์แก้วเป็นจุดเริ่มต้นที่คนเลือกกันมากที่สุดเวลาจะลองทำงานซับลิเมชั่น เหตุผลง่าย ๆ คือใช้พื้นที่แค่โต๊ะตัวเดียว ลงทุนน้อยกว่าพิมพ์เสื้อ และแก้วใบหนึ่งขายได้ราคาสูงกว่าต้นทุนหลายเท่าถ้าเป็นงานสั่งทำ บทความนี้อธิบายสำหรับคนที่ยังไม่เคยจับเครื่องรีดเลย ว่าต้องมีอะไรบ้าง ทำทีละขั้นยังไง ตั้งกี่องศา และอะไรคือจุดที่มือใหม่พลาดบ่อยจนแก้วเสียทั้งล็อต

พิมพ์แก้วด้วยซับลิเมชั่นคืออะไร

ซับลิเมชั่นคือการพิมพ์ลายลงกระดาษพิเศษก่อน แล้วเอากระดาษนั้นพันรอบแก้ว ใส่เครื่องรีดที่ให้ความร้อนราว 200 องศา ความร้อนจะทำให้หมึกบนกระดาษกลายเป็นไอแล้วซึมเข้าไปในชั้นเคลือบของแก้ว พอเย็นลงลายก็อยู่ในเนื้อเคลือบถาวร ล้างเครื่องล้างจานได้ ขูดไม่ออก ต่างจากสติกเกอร์หรือการพิมพ์ทับผิวที่ลอกได้

จุดที่ต้องรู้คือ แก้วธรรมดาจากร้านทั่วไปใช้ไม่ได้ ต้องเป็นแก้วที่เคลือบสารรับหมึกซับลิเมชั่นมาจากโรงงาน เรียกว่าแก้วซับลิเมชั่นหรือแก้วเคลือบ ดูจากภายนอกแทบไม่ต่างจากแก้วปกติ แต่ราคาสูงกว่าเล็กน้อยและต้องสั่งจากร้านขายอุปกรณ์ซับลิเมชั่นโดยเฉพาะ

อุปกรณ์ที่ต้องมี 4 อย่าง

1. เครื่องพิมพ์ซับลิเมชั่น สำหรับแก้ว ลายที่พิมพ์กว้างไม่เกิน 20 ซม. เครื่องขนาด A4 จึงพอ Epson SureColor F130 เป็นรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับงานนี้โดยตรง ใช้หมึกซับลิเมชั่นแท้จากโรงงาน ไม่ต้องดัดแปลง ต่างจากการเอาเครื่องพิมพ์เอกสารมาเติมหมึกซับลิเมชั่นเองซึ่งหัวพิมพ์มักตันภายในไม่กี่เดือนและไม่มีประกัน

2. เครื่องรีดแก้ว เป็นเครื่องรีดที่มีแผ่นความร้อนโค้งรัดรอบแก้ว มี 2 แบบหลัก แบบกดมือเหมาะกับเริ่มต้นและงานไม่เกินวันละสิบกว่าใบ ส่วนแบบอัตโนมัติอย่าง Love Mug 11 Oz หรือ MugPress Auto P1 จะรัดและปล่อยเองเมื่อครบเวลา ทำให้แรงกดเท่ากันทุกใบและไม่ต้องยืนเฝ้า เหมาะเมื่อเริ่มมีออเดอร์เป็นสิบเป็นร้อยใบ

3. กระดาษและหมึก ใช้ กระดาษซับลิเมชั่น Epson A4 ตัดครึ่งได้ 2 ใบต่อแผ่น หมึกใช้ หมึกแท้ Epson T49P ขวดละ 140 ml พิมพ์แก้วได้หลายร้อยใบต่อชุด เพราะลายแก้วใช้หมึกน้อยกว่าเสื้อมาก

4. ของเล็กน้อยที่ขาดไม่ได้ เทปกันความร้อนสำหรับยึดกระดาษ ถุงมือกันร้อน และถังหรืออ่างน้ำสำหรับพักแก้วหลังรีด รวมกันไม่กี่ร้อยบาทแต่ถ้าไม่มีจะทำงานลำบากมาก

แก้วแบบไหนขายดี

แก้วเซรามิก 11 ออนซ์สีขาวคือมาตรฐานของตลาด เป็นขนาดที่เครื่องรีดทุกรุ่นรองรับ ราคาแก้วเปล่าถูกที่สุด และลูกค้าคุ้นเคย เริ่มจากตัวนี้ก่อนเสมอ พอชำนาญแล้วค่อยขยายไปแก้ว 15 ออนซ์ แก้วเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิ (Magic Mug) แก้วขอบสี หรือทัมเบลอร์สแตนเลส ซึ่งแต่ละแบบต้องใช้แม่พิมพ์รีดหรือเครื่องรีดคนละตัว อย่าซื้อครบทุกแบบตั้งแต่วันแรก

เวลาสั่งแก้วเปล่า ถามร้านให้ชัดว่าเป็นเกรด A หรือ AAA เกรดสูงกว่าเคลือบสม่ำเสมอกว่าและสีออกสดกว่า ราคาต่างกันไม่กี่บาทต่อใบแต่ลดของเสียได้มาก และควรซื้อจากร้านที่มีของล็อตเดียวกันขายต่อเนื่อง เพราะแก้วคนละโรงงานให้สีต่างกันแม้ตั้งเครื่องเหมือนกัน

ตั้งเครื่องรีดกี่องศา กี่วินาที

ชนิดแก้วอุณหภูมิเวลาแรงกด
เซรามิก 11 ออนซ์190 ถึง 200 องศา180 ถึง 210 วินาทีปานกลาง
เซรามิก 15 ออนซ์190 ถึง 200 องศา210 ถึง 240 วินาทีปานกลาง
แก้วใส / แก้วฝ้า190 ถึง 196 องศา240 ถึง 300 วินาทีเบาถึงปานกลาง

ตัวเลขนี้เป็นค่าเริ่มต้นที่ผู้ผลิตแก้วและผู้ผลิตเครื่องรีดแนะนำตรงกัน อ้างอิงจาก ตารางของ HTVRONT และ Sublimation Guides ทุกแหล่งย้ำเหมือนกันว่าให้เริ่มจากค่าต่ำสุดของช่วง แล้วปรับเพิ่มทีละ 10 ถึง 15 วินาทีจนสีออกเต็ม อย่าเริ่มจากค่าสูงสุดเพราะแก้วที่ร้อนเกินจะแก้ไม่ได้ ส่วนแก้วที่ยังจางเพิ่มเวลาได้

แก้วใสต้องระวังเป็นพิเศษ ใช้แรงกดเบากว่าและอุณหภูมิต่ำกว่าเซรามิก เพราะแก้วแตกได้ถ้ารัดแน่นเกินหรือร้อนเร็วเกิน และหลังรีดห้ามจุ่มน้ำเด็ดขาด ต้องปล่อยให้เย็นเองในอากาศ

ขั้นตอนทำทีละขั้น

  1. เตรียมไฟล์ แก้ว 11 ออนซ์ใช้ลายกว้างประมาณ 20 ซม. สูง 8.5 ถึง 9 ซม. เว้นขอบบนล่างไว้เล็กน้อยเพราะเครื่องรีดกดไม่ถึงสุดขอบ และต้องกลับภาพซ้ายขวา (Mirror) ก่อนพิมพ์ทุกครั้ง ถ้ามีตัวหนังสือแล้วลืมกลับ จะได้แก้วที่อ่านไม่ออกทั้งล็อต
  2. พิมพ์แล้วพักกระดาษ 2 ถึง 3 นาที ให้หมึกเซ็ตตัวก่อนใช้
  3. เช็ดแก้วให้สะอาด ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์แห้ง เช็ดฝุ่นและรอยนิ้วมือออก คราบมันจากนิ้วทำให้สีตรงนั้นติดจาง
  4. พันกระดาษรอบแก้ว ด้านที่พิมพ์แนบกับแก้ว ดึงให้ตึง ติดเทปกันความร้อนที่รอยต่อและขอบบนล่าง กระดาษที่หย่อนหรือมีช่องว่างจะทำให้เกิดภาพเบลอตรงจุดนั้น
  5. ใส่เครื่องรีดที่อุ่นถึงอุณหภูมิแล้ว วางรอยต่อกระดาษไว้ตรงกับด้านหูแก้ว เพราะจุดนั้นแผ่นความร้อนไม่ครอบอยู่แล้ว
  6. รีดตามเวลา ครบเวลาแล้วเปิดเครื่อง ใส่ถุงมือหยิบแก้วออกทันที
  7. ลอกกระดาษออกทันทีขณะยังร้อน ถ้าปล่อยให้เย็นก่อนลอก หมึกที่ยังระเหยอยู่จะติดต่อและเกิดเงาซ้อน
  8. พักให้เย็น แก้วเซรามิกจุ่มน้ำอุณหภูมิห้องได้เลยเพื่อหยุดความร้อน แก้วใสและ Magic Mug ห้ามจุ่ม วางบนผ้าให้เย็นเอง

เวลารวมต่อใบตั้งแต่พันกระดาษถึงหยิบออกอยู่ที่ 4 ถึง 5 นาทีสำหรับเครื่องรีดทีละใบ ถ้ามีออเดอร์ 50 ใบก็ประมาณ 4 ชั่วโมงเต็ม ตรงนี้คือเหตุผลที่ร้านที่ขายดีเปลี่ยนไปใช้เครื่องอัตโนมัติหรือเครื่องหลายหัว

ปัญหาที่มือใหม่เจอบ่อย

สีจางหรือซีดทั้งใบ เวลาน้อยไป อุณหภูมิไม่ถึง หรือเครื่องรีดยังไม่ร้อนทั่วแผ่นตอนใส่ใบแรก วิธีเช็กคือรีดใบแรกของวันแล้วดูก่อนเสมอ อย่าเพิ่งทำติดกัน 20 ใบ

สีจางเป็นแถบตรงขอบบนหรือล่าง แผ่นความร้อนของเครื่องรีดกดไม่ถึงตรงนั้น เป็นเรื่องปกติของเครื่องรีดแก้ว ลายจึงควรเว้นขอบไว้ 0.5 ถึง 1 ซม. ตั้งแต่ตอนออกแบบ

ภาพเบลอหรือมีเงา กระดาษพันไม่แน่น ขยับตอนใส่เครื่อง หรือลอกกระดาษช้าเกินไปหลังรีดเสร็จ

มีจุดขาวหรือรูเล็ก ๆ ในลาย ฝุ่นหรือเส้นผมติดระหว่างกระดาษกับแก้ว เช็ดแก้วก่อนพันทุกใบและทำงานในที่ไม่มีลมพัดฝุ่น

สีเหลืองอมน้ำตาลทั้งใบ หรือขาวกลายเป็นครีม ร้อนเกินหรือนานเกิน ชั้นเคลือบเริ่มไหม้ แก้ไม่ได้ ต้องลดเวลาลงสำหรับใบต่อไป

แก้วแตกในเครื่อง เจอกับแก้วใสหรือแก้วเกรดต่ำที่มีรอยร้าวเล็ก ๆ อยู่แล้ว ก่อนใช้ให้เคาะแก้วฟังเสียง ใบที่เสียงทึบผิดปกติมักมีรอยร้าวข้างใน

คิดต้นทุนและตั้งราคาอย่างไร

ต้นทุนต่อใบมีอยู่ 4 ก้อน คือค่าแก้วเปล่า ค่าหมึกกับกระดาษ (สำหรับแก้วอยู่ที่ไม่กี่บาทต่อใบเพราะลายเล็ก) ค่าไฟเครื่องรีด และค่าแรงหรือเวลาของตัวเอง ราคาแก้วเปล่าและหมึกเปลี่ยนตามช่วงเวลา ขอตัวเลขล่าสุดจากร้านที่ซื้อได้เลย

สิ่งที่คนมักลืมบวกคือของเสียกับบรรจุภัณฑ์ ช่วงเดือนแรกจะมีแก้วเสียจากการทดลองแน่นอน ให้เผื่อไว้ในต้นทุน ส่วนกล่องกันกระแทกสำหรับส่งพัสดุมีราคาพอ ๆ กับแก้วเปล่าเลยทีเดียว และแก้วแตกระหว่างส่งคือปัญหาอันดับหนึ่งของร้านออนไลน์ ควรทดลองส่งให้ตัวเองก่อนเปิดขาย

ด้านราคาขาย งานแก้วมีสองตลาดที่ต่างกันมาก แก้วลายสำเร็จขายทั่วไปแข่งราคากับตลาดออนไลน์ยาก แต่แก้วสั่งทำใส่ชื่อ ใส่รูป หรือทำเป็นของชำร่วยงานแต่ง งานเกษียณ ของขวัญบริษัท ลูกค้ายอมจ่ายสูงกว่าหลายเท่าและไม่เทียบราคากับใคร ร้านที่อยู่รอดส่วนใหญ่ทำตลาดหลัง

ควรเริ่มจากชุดไหน

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะขายได้ไหม เริ่มจาก F130 กับเครื่องรีดแก้วแบบกดมือ 1 ตัว และแก้ว 11 ออนซ์อย่างเดียว ลองทำขายในกลุ่มเพื่อนหรือออนไลน์สัก 2 ถึง 3 เดือน พอออเดอร์เริ่มมาสม่ำเสมอค่อยเพิ่มเครื่องรีดอัตโนมัติหรือแม่พิมพ์แบบอื่น ชุดเริ่มต้นแบบนี้ใช้พื้นที่แค่โต๊ะทำงาน 1 ตัวและปลั๊กไฟบ้านธรรมดา

ถ้ามีตลาดอยู่แล้ว เช่น รับงานของชำร่วยหรือมีหน้าร้านของขวัญ ข้ามไปเครื่องรีดอัตโนมัติตั้งแต่แรกจะคุ้มกว่า เพราะประหยัดเวลาต่อใบและคุณภาพสม่ำเสมอกว่า ทีมเราช่วยเทียบให้ได้ว่าปริมาณงานที่คาดไว้ควรใช้ชุดไหน ทักมาบอกจำนวนต่อเดือนที่คิดไว้ก็พอ

FAQ

ใช้เครื่องพิมพ์ธรรมดาเติมหมึกซับลิเมชั่นแทน F130 ได้ไหม

ทำได้ในทางเทคนิคและมีคนทำกันเยอะ แต่มีข้อแลก 3 อย่าง คือประกันเครื่องหมดทันที หัวพิมพ์มีโอกาสตันสูงเพราะไม่ได้ออกแบบมารับหมึกชนิดนี้ และสีที่ได้ไม่มีโปรไฟล์รองรับต้องลองผิดลองถูกเอง สำหรับคนที่ตั้งใจทำขายจริง เครื่องที่ผลิตมาเพื่องานนี้ตั้งแต่ต้นคุ้มกว่าในระยะยาว

ใช้เตาอบหรือเครื่องรีดเสื้อรีดแก้วได้ไหม

เครื่องรีดเสื้อเป็นแผ่นเรียบ กดแก้วที่โค้งไม่ได้ ส่วนเตาอบต้องใช้ร่วมกับปลอกซิลิโคนรัดแก้วและคุมอุณหภูมิยาก ทั้งสองวิธีใช้ทดลองเล่นได้แต่ทำขายไม่ไหว เครื่องรีดแก้วโดยเฉพาะราคาไม่สูงและให้ผลสม่ำเสมอกว่ามาก

ลายบนแก้วอยู่ได้นานแค่ไหน

ถ้าใช้แก้วเคลือบคุณภาพดีและรีดถูกวิธี ลายอยู่ในชั้นเคลือบถาวร เข้าเครื่องล้างจานและไมโครเวฟได้ ที่ซีดเร็วมักเกิดจากแก้วเกรดต่ำหรือรีดไม่ถึงเวลา ไม่ใช่จากตัวระบบ

ทำไมสีบนแก้วไม่เหมือนบนจอ

เรื่องปกติของงานพิมพ์ทุกประเภท สีบนจอเป็นแสง สีบนแก้วเป็นหมึกที่สะท้อนแสง ฟ้าสดและส้มสดจะหม่นลงเสมอ วิธีที่ร้านมืออาชีพทำคือพิมพ์แผ่นทดสอบสีเก็บไว้ แล้วให้ลูกค้าดูแก้วตัวอย่างจริงก่อนสั่งจำนวนมาก ถ้าอยากให้ตรงขึ้นต้องตั้งโปรไฟล์สีเฉพาะเครื่อง ซึ่งทีมเราตั้งให้ตอนติดตั้ง

ต้องมีความรู้ออกแบบไหม

ไม่ต้องถึงขั้นเป็นกราฟิก โปรแกรมฟรีอย่าง Canva ทำลายแก้วได้ แค่ตั้งขนาดให้ถูกและกลับภาพก่อนพิมพ์ ลูกค้าส่วนใหญ่ส่งรูปมาให้เอง งานหลักคือจัดวางให้พอดีแก้วมากกว่าออกแบบใหม่

สรุป

เริ่มธุรกิจพิมพ์แก้วต้องมีแค่เครื่องพิมพ์ซับลิเมชั่น เครื่องรีดแก้ว กระดาษกับหมึก และแก้วเคลือบ ตั้งเครื่องรีดที่ 190 ถึง 200 องศา 3 ถึง 3 นาทีครึ่งสำหรับแก้ว 11 ออนซ์ เริ่มจากค่าต่ำแล้วค่อยเพิ่ม กลับภาพก่อนพิมพ์ทุกครั้ง และลอกกระดาษทันทีที่ออกจากเครื่อง แค่นี้ก็ได้แก้วที่ล้างไม่ลอก ส่วนจะขายได้ไหมขึ้นกับว่าหาลูกค้าสั่งทำได้หรือเปล่ามากกว่าตัวเครื่อง ถ้าอยากลองก่อนตัดสินใจ ทักไลน์นัดมาทำแก้วตัวอย่างที่ร้านได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย