ภาพประกอบเครื่องรีดร้อนแบบแบน แบบรีดแก้ว และแบบรีดหมวก

บทความ

เครื่องรีดร้อนมีกี่แบบ เลือกขนาด วัตต์ และอุณหภูมิให้ตรงงาน

ในบทความนี้
  1. เครื่องรีดร้อนทำงานอย่างไร
  2. เครื่องรีดร้อนมีกี่แบบ แต่ละแบบใช้กับงานอะไร
  3. เลือกขนาดหน้าแปลนอย่างไร
  4. อุณหภูมิ เวลา แรงกด ดูอะไรบ้าง
  5. ไฟบ้านพอไหม เรื่องที่คนมักลืมถาม
  6. เครื่องรีดถูกจากออนไลน์ ปัญหาที่เจอบ่อย
  7. ความปลอดภัยและการติดตั้ง
  8. สรุปการเลือกแบบเร็ว
  9. คำถามที่พบบ่อย
  10. สรุป

เครื่องรีดร้อนคือเครื่องที่ใช้ความร้อนกับแรงกดทำให้ลายจากกระดาษหรือฟิล์มย้ายไปติดบนเสื้อ แก้ว หมวก หรือแผ่นวัสดุ ถ้าซื้อเครื่องพิมพ์มาแล้วแต่เครื่องรีดไม่เหมาะกับงาน ลายจะติดไม่เต็ม สีซีดเป็นหย่อม หรือมีรอยต่อกลางลาย บทความนี้เขียนให้คนที่ยังไม่เคยใช้เครื่องรีดมาก่อนอ่านแล้วเลือกได้เอง ว่าเครื่องแบบไหนใช้กับงานอะไร ต้องดูตัวเลขอะไรบ้าง และไฟบ้านพอไหม

เครื่องรีดร้อนทำงานอย่างไร

ข้างในหน้าแปลนของเครื่องรีดมีขดลวดความร้อน (ฮีตเตอร์) ฝังอยู่ เมื่อเปิดเครื่อง หน้าแปลนจะร้อนขึ้นถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ พอวางเสื้อกับกระดาษหรือฟิล์มลงไปแล้วกดฝาลง ความร้อนกับแรงกดจะทำให้หมึกหรือกาวบนแผ่นย้ายไปติดกับผ้า

สามอย่างที่ต้องได้พร้อมกันคือ อุณหภูมิ เวลา และแรงกด ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งลายจะติดไม่ดี เครื่องรีดที่ดีจึงไม่ใช่เครื่องที่ร้อนเร็วที่สุด แต่เป็นเครื่องที่ให้ทั้งสามอย่างนี้เท่ากันทั่วทั้งหน้าแปลนและทำซ้ำได้เหมือนเดิมทุกตัว

เครื่องรีดร้อนมีกี่แบบ แต่ละแบบใช้กับงานอะไร

เครื่องรีดแผ่นแบบฝาพับ (Clamshell)

ฝาบนเปิดขึ้นเหมือนฝาหอย เป็นแบบที่คนเริ่มต้นซื้อกันมากที่สุดเพราะประหยัดพื้นที่และราคาเข้าถึงง่าย ใช้กับเสื้อ ถุงผ้า แผ่นอะลูมิเนียม จิ๊กซอว์ และงานเรียบทั่วไป ข้อควรระวังคือตอนวางงานมือจะอยู่ใกล้หน้าแปลนร้อน และเครื่องราคาถูกบางรุ่นแรงกดด้านหลัง (ฝั่งบานพับ) จะมากกว่าด้านหน้า ทำให้ลายติดไม่เท่ากัน

ในร้านเรามีแบบนี้หลายขนาด เช่น HeatPress A3 ขนาด 32×45 ซม. สำหรับเสื้อลายเต็มอก และ Heat Press 40×60 ซม. สำหรับงานหน้ากว้างอย่างเสื้อบอลลายเต็มตัวหรือหมอนอิง

เครื่องรีดแบบเปิดฝาอัตโนมัติ (Auto Open)

เหมือนแบบฝาพับ แต่พอนับเวลาครบ ฝาจะเด้งเปิดเอง ข้อดีอยู่ที่ถ้าเราหันไปทำอย่างอื่นแล้วลืม เสื้อจะไม่ไหม้และลายจะไม่รีดเกินเวลา ตัวอย่างในร้านคือ Heat Press 38×45 Auto Open ตั้งอุณหภูมิได้ถึง 220 องศา ตั้งเวลาได้ 1 ถึง 999 วินาที กำลังไฟ 1,800 วัตต์

เครื่องรีดสองถาด (Double Station)

มีถาดวางงานสองถาด หน้าแปลนร้อนหนึ่งชุดสลับไปมา ระหว่างที่ถาดหนึ่งกำลังรีด เราจัดเสื้อตัวถัดไปบนอีกถาดได้เลย ทำให้ผลิตได้ต่อเนื่องกว่าและมือไม่ต้องเข้าใกล้ความร้อน เหมาะกับร้านที่รีดวันละหลายสิบตัวขึ้นไป ตัวอย่างคือ Heat Press 40×60 Double Station กำลังไฟ 3,200 วัตต์ ซึ่งสูงพอที่ต้องเช็กสายไฟและเบรกเกอร์ก่อนติดตั้ง (อ่านหัวข้อเรื่องไฟด้านล่าง)

เครื่องรีดอัตโนมัติและระบบลม

แทนที่จะใช้แรงคนกดคันโยก เครื่องใช้มอเตอร์หรือลมอัดกดหน้าแปลนลงมา แรงกดจึงเท่ากันทุกครั้งไม่ว่าใครเป็นคนกด และคนทำงานไม่เมื่อยแขนเมื่อรีดวันละร้อยตัว AutoPress 3838 ตั้งแรงกดได้ 60 ถึง 200 กิโลกรัม อุณหภูมิ 40 ถึง 210 องศา กำลังไฟ 1,500 วัตต์ ส่วน AirPress Pro 3245 เป็นระบบลมสองถาดพร้อมไฟช่วยจัดตำแหน่ง เหมาะกับสายผลิตที่ต้องการงานเหมือนกันทุกตัว

เครื่องรีดแก้วและทัมเบลอร์

ฮีตเตอร์เป็นแผ่นโค้งโอบรอบแก้ว ต้องเลือกให้ตรงขนาดแก้ว เพราะแก้ว 11 ออนซ์ กับทัมเบลอร์ 20 ออนซ์ ใช้ตัวโอบคนละขนาด Love Mug 11 Oz เป็นเครื่องรีดแก้วอัตโนมัติที่กินไฟแค่ประมาณ 280 วัตต์ ใช้ปลั๊กบ้านได้สบาย ถ้าทำแก้วหลายทรง ดู MugPress Auto P1 ที่รองรับทั้ง Tumbler และ Mug อ่านเรื่องรีดแก้วละเอียดได้ในบทความ เริ่มธุรกิจพิมพ์แก้วซับลิเมชั่น

เครื่องรีดหลายฟังก์ชัน (4 in 1, 5 in 1)

เครื่องเดียวเปลี่ยนหัวรีดได้ทั้งเสื้อ แก้ว จาน หมวก เหมาะกับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะขายอะไรและอยากลองหลายแบบด้วยงบเดียว เช่น Heat Press 4in1 29×38 ซม. กินไฟ 1,250 วัตต์ ข้อจำกัดคือหน้าแปลนเสื้อเล็กกว่าเครื่องเฉพาะทาง และเวลาเปลี่ยนหัวรีดต้องรอเย็นก่อน ถ้าสินค้าไหนเริ่มขายดีต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะย้ายมาใช้เครื่องเฉพาะทางของสินค้านั้นในที่สุด

เครื่องรีดม้วน (Calender)

เป็นลูกกลิ้งร้อนขนาดใหญ่สำหรับผ้าเป็นม้วน ใช้กับงานพิมพ์ผ้าหน้ากว้างจากเครื่องอย่าง Epson SureColor F6430 หรือ F9530 ไม่ใช่เครื่องสำหรับร้านเริ่มต้น ต้องวางแผนเรื่องไฟสามเฟส พื้นที่ และการระบายความร้อนตั้งแต่ก่อนสั่งซื้อ

เลือกขนาดหน้าแปลนอย่างไร

กฎง่าย ๆ คือหน้าแปลนต้องใหญ่กว่าลายที่จะรีดจริง อย่าซื้อพอดีลาย เพราะขอบหน้าแปลนมักร้อนน้อยกว่าตรงกลางเล็กน้อย และต้องเหลือที่ให้ขยับจัดตำแหน่ง

  • ลายเล็ก โลโก้อก ป้ายชื่อ ใช้ 15×15 ซม. ได้ เช่น Heat Press Logo 15×15 ซม.
  • ลายเต็มอกเสื้อผู้ใหญ่ ปกติกว้างประมาณ 28 ถึง 30 ซม. ใช้ 38×38 ซม. หรือ 32×45 ซม. พอ
  • เสื้อบอลลายเต็มตัว หมอนอิง ผ้ากันเปื้อน ต้องขึ้น 40×60 ซม.
  • ถ้าลายใหญ่กว่าหน้าแปลนแล้วต้องรีดสองรอบต่อกัน จะเห็นรอยต่อและสีสองฝั่งไม่เท่ากันเกือบทุกครั้ง ทางแก้คือซื้อเครื่องให้ใหญ่พอตั้งแต่แรก

อุณหภูมิ เวลา แรงกด ดูอะไรบ้าง

สูตรรีดของแต่ละงานไม่เหมือนกัน และผู้ผลิตกระดาษ ฟิล์ม หรือหมึกจะระบุมาให้เสมอ ตัวอย่างช่วงที่ใช้กันทั่วไป งานซับลิเมชั่นบนเสื้อโพลีเอสเตอร์อยู่ราว 190 ถึง 205 องศา ประมาณ 45 ถึง 60 วินาที ส่วนฟิล์ม DTF ส่วนใหญ่ใช้อุณหภูมิต่ำกว่านั้นราว 150 ถึง 165 องศา และเวลาสั้นกว่า ตัวเลขเหล่านี้เป็นจุดเริ่ม ต้องยึดตามเอกสารของวัสดุที่ซื้อจริงและทดสอบกับเครื่องตัวเอง เพราะเครื่องแต่ละตัวแม้ตั้งเลขเท่ากัน ความร้อนที่ผ้าได้รับจริงต่างกันได้

สิ่งที่ควรเช็กก่อนซื้อและหลังติดตั้ง

  • เครื่องต้องตั้งอุณหภูมิได้ถึงอย่างน้อย 210 ถึง 220 องศา ถ้าจะทำซับลิเมชั่น เครื่องบางรุ่นที่ตั้งได้สูงสุด 200 องศา ยังใช้ DTF ได้แต่ทำซับลิเมชั่นบางวัสดุไม่ถึง
  • ทดสอบความร้อนกลาง ขอบ และมุมหน้าแปลนด้วยเทปวัดอุณหภูมิหรือปืนวัดอุณหภูมิ ถ้าต่างกันเกิน 5 ถึง 10 องศา ลายมุมจะซีด
  • รีดต่อกัน 10 ตัวแล้วดูว่าอุณหภูมิบนจอตกไปเท่าไหร่และกลับมาเร็วแค่ไหน เครื่องที่ฮีตเตอร์เล็กเกินจะรีดตัวที่ 5 แล้วสีเริ่มอ่อน
  • แรงกดต้องปรับได้ เสื้อบาง เสื้อหนา และงานที่มีตะเข็บใช้แรงไม่เท่ากัน

ไฟบ้านพอไหม เรื่องที่คนมักลืมถาม

เครื่องรีดเป็นเครื่องกินไฟหนัก เพราะต้องเลี้ยงขดลวดความร้อนขนาดใหญ่ตลอดเวลาที่เปิด ตัวเลขจากรุ่นในร้านเรา เครื่องรีดแก้ว Love Mug ใช้ 280 วัตต์ เครื่อง 4 in 1 ใช้ 1,250 วัตต์ เครื่อง 38×45 ใช้ 1,800 วัตต์ ส่วน 40×60 สองถาดใช้ 3,200 วัตต์

ปลั๊กบ้านทั่วไปในไทยรับได้ประมาณ 16 แอมป์ที่ 220 โวลต์ คิดเป็นราว 3,500 วัตต์ต่อวงจร ฟังดูเหมือนพอ แต่วงจรเดียวกันนั้นมักมีตู้เย็น แอร์ หรือเครื่องพิมพ์เสียบอยู่ด้วย เครื่องรีดขนาดเกิน 1,500 วัตต์จึงควรมีปลั๊กของตัวเองที่ต่อตรงจากเบรกเกอร์ ไม่เสียบผ่านปลั๊กพ่วง และเครื่อง 3,200 วัตต์ควรให้ช่างไฟเดินสายแยกเลย ถ้าเสียบพ่วงแล้วเบรกเกอร์ตัดบ่อย นั่นคือสัญญาณว่าวงจรรับไม่ไหว ไม่ใช่เครื่องเสีย

เครื่องรีดถูกจากออนไลน์ ปัญหาที่เจอบ่อย

เครื่องราคาไม่กี่พันจากตลาดออนไลน์ใช้ได้จริงกับงานทดลอง แต่มีสี่เรื่องที่ลูกค้ามาเล่าให้ฟังบ่อยเมื่อเริ่มขายจริง หนึ่ง จอบอก 200 องศา แต่วัดจริงได้ 180 หรือแต่ละมุมไม่เท่ากัน ทำให้ลายซีดข้างเดียว สอง แรงกดปรับด้วยน็อตตัวเดียวและคลายเองระหว่างใช้ สาม ไม่มีอะไหล่ ฮีตเตอร์หรือตัวควบคุมอุณหภูมิเสียแล้วต้องทิ้งทั้งเครื่อง สี่ ไม่มีใครสอนตั้งค่า ต้องลองผิดลองถูกจนเปลืองเสื้อ

เครื่องราคาแพงไม่ได้ดีกว่าเสมอ แต่เครื่องที่มีคนติดตั้ง สอนสูตรรีด และมีอะไหล่ในไทย จะประหยัดเสื้อเสียและเวลาไปได้มากในเดือนแรก ๆ

ความปลอดภัยและการติดตั้ง

  • ต่อสายดินทุกครั้ง หน้าแปลนเป็นโลหะและร้อนกว่า 200 องศา
  • วางบนโต๊ะที่รับน้ำหนักได้ เครื่อง 38×38 หนักราว 22 กิโลกรัม เครื่อง 40×60 หนักกว่านั้น
  • เว้นที่ด้านหลังและด้านบนให้ฝาเปิดได้เต็มที่ และมีที่วางเสื้อร้อนที่เพิ่งรีดเสร็จ
  • เก็บกระดาษ ฟิล์ม และผ้าให้ห่างจากหน้าแปลน อย่าวางบนเครื่องตอนเปิดอยู่
  • ปิดเครื่องและถอดปลั๊กเมื่อเลิกใช้ อย่าปล่อยให้ร้อนค้างข้ามคืน

สรุปการเลือกแบบเร็ว

  • เพิ่งเริ่ม ทำเสื้อกับของชิ้นเล็ก งบจำกัด เลือกฝาพับ 38×38 หรือ 32×45 ซม. ที่ตั้งได้ถึง 220 องศา
  • ทำเสื้อวันละ 20 ถึง 50 ตัว เลือกแบบเปิดฝาอัตโนมัติหรือสองถาด
  • ทำวันละเกิน 100 ตัว หรือมีคนทำงานหลายคน เลือกอัตโนมัติหรือระบบลม เพื่อให้ทุกตัวเหมือนกัน
  • ทำแก้วเป็นหลัก ซื้อเครื่องรีดแก้วแยก อย่าใช้หัวแก้วของเครื่องหลายฟังก์ชันทำขายจริง
  • ทุกกรณี เช็กว่าปลั๊กและเบรกเกอร์ที่ร้านรับวัตต์ของเครื่องได้

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องรีดเครื่องเดียวใช้ได้ทั้งซับลิเมชั่นและ DTF ไหม

ได้ ถ้าเครื่องตั้งอุณหภูมิได้ถึงราว 210 องศาขึ้นไป เพราะซับลิเมชั่นต้องการความร้อนสูงกว่า DTF ส่วนใหญ่ เครื่องในร้านเราทั้งรุ่น A3, 38×45 และ 40×60 ใช้ได้ทั้งสองระบบ

เครื่อง 5 in 1 เหมาะกับใคร

เหมาะกับคนที่อยากลองขายหลายอย่างในงบเดียวและยังมีปริมาณไม่มาก ถ้าสินค้าไหนเริ่มขายได้ทุกวัน เครื่องเฉพาะทางของสินค้านั้นจะทำงานเร็วกว่าและคุมคุณภาพง่ายกว่า

ใช้สูตรรีดจากอินเทอร์เน็ตได้เลยไหม

ใช้เป็นจุดเริ่มได้ แต่ต้องรีดทดสอบกับเครื่องและวัสดุของตัวเองก่อนรับงานจริง เพราะอุณหภูมิที่จอแสดงกับความร้อนที่ผ้าได้รับจริงต่างกันไปตามเครื่อง ยึดเอกสารของกระดาษหรือฟิล์มที่ซื้อเป็นหลัก

เครื่องรีดกินไฟเดือนละเท่าไหร่

ขึ้นกับวัตต์และเวลาที่เปิด เครื่อง 1,800 วัตต์เปิดเต็มกำลัง 1 ชั่วโมงใช้ไฟ 1.8 หน่วย แต่จริง ๆ ฮีตเตอร์ไม่ได้ทำงานตลอด พออุณหภูมิถึงมันจะตัดและติดเป็นช่วง การใช้ไฟจริงจึงต่ำกว่านั้น วิธีเช็กที่แม่นสุดคือเสียบผ่านปลั๊กวัดไฟราคาไม่กี่ร้อยบาทแล้วดูตัวเลขจริงหนึ่งวัน

สรุป

เลือกเครื่องรีดจากสามคำถาม ทำอะไร (เสื้อ แก้ว หมวก หรือหลายอย่าง) ทำวันละกี่ชิ้น และไฟที่ร้านรับได้กี่วัตต์ ตอบสามข้อนี้ได้ก็ตัดตัวเลือกเหลือไม่กี่รุ่น จากนั้นเอาเสื้อหรือชิ้นงานจริงมาลองรีดที่ร้านก่อนตัดสินใจ ดูเครื่องพิมพ์ที่ใช้คู่กันได้ที่หน้า เครื่องพิมพ์สกรีนเสื้อ Epson ทุกระบบ หรือส่งรูปชิ้นงานกับจำนวนต่อวันมาทาง หน้าติดต่อ เราช่วยเลือกขนาดให้ได้