ภาพประกอบการเลือกเครื่องพิมพ์หน้ากว้างตามงานป้าย ภาพถ่าย CAD และสิ่งทอ

Articles

เลือกเครื่องพิมพ์หน้ากว้างอย่างไร? เริ่มจากหมึก วัสดุ และงานจริง

ในบทความนี้
  1. จาก Plotter สู่เครื่องพิมพ์หน้ากว้าง
  2. ขนาดกระดาษกับหน้ากว้างเป็นคนละวิธีเรียก
  3. แยกประเภทเครื่องจากหมึกและปลายทางงาน
  4. 6 คำถามก่อนขอใบเสนอราคา
  5. อย่าเทียบความเร็วจากตัวเลขบรรทัดเดียว
  6. ต้นทุนที่มักหลุดจากตารางเปรียบเทียบ
  7. วิธีทดสอบก่อนตัดสินใจ
  8. สรุป

เครื่องพิมพ์หน้ากว้างหรือ Large Format Printer ไม่ได้หมายถึงเครื่องที่ใหญ่กว่า A3 เพียงอย่างเดียว เครื่องหน้ากว้างเท่ากันอาจถูกออกแบบมาสำหรับแบบแปลน ภาพถ่าย ป้ายกลางแจ้ง งานซับลิเมชั่น หรือสิ่งทอคนละระบบ การเลือกจึงต้องเริ่มจากสิ่งที่จะพิมพ์ หมึกที่วัสดุต้องใช้ และขั้นตอนหลังพิมพ์ ไม่ใช่เริ่มจากตัวเลขหน้ากว้างหรือความละเอียดสูงสุด

จาก Plotter สู่เครื่องพิมพ์หน้ากว้าง

ในอดีตคำว่า Plotter มักใช้กับเครื่องเขียนแบบและงานเส้น CAD/CAM ต่อมาเทคโนโลยีอิงค์เจ็ตพัฒนาทั้งหัวพิมพ์ หมึก และการจัดการกระดาษ เครื่องหน้ากว้างจึงพิมพ์ได้ตั้งแต่เส้นแบบแปลนไปจนถึงภาพถ่าย ป้าย และลายสิ่งทอ ถึงอย่างนั้นคำเรียกที่คุ้นหูไม่ได้ทำให้เครื่องทุกชนิดใช้แทนกันได้ หมึกและทางเดินวัสดุยังเป็นตัวกำหนดงานหลักของเครื่อง

การเลือกเครื่องพิมพ์หน้ากว้างตามงานป้าย ภาพถ่าย CAD และสิ่งทอ
เริ่มจากชิ้นงานและวัสดุ แล้วจึงย้อนกลับมาหาหน้ากว้าง หมึก และกำลังผลิตที่เหมาะสม

ขนาดกระดาษกับหน้ากว้างเป็นคนละวิธีเรียก

งานสำนักงานมักเรียกตามขนาด A4, A3, A2, A1 และ A0 ส่วนเครื่องม้วนมักเรียกเป็นนิ้ว เช่น 24, 36, 44 หรือ 64 นิ้ว ต้องตรวจทั้งความกว้างสื่อสูงสุด ความกว้างพื้นที่พิมพ์จริง และขอบที่เครื่องต้องเว้น งานที่กว้างพอดีกับตัวเลขหน้ากว้างอาจพิมพ์ไม่เต็มถ้าต้องเผื่อขอบหรือใช้จิ๊กตัด

  • วัดชิ้นงานสำเร็จและเผื่อตัดตกก่อนเลือกหน้ากว้าง
  • ตรวจว่าใช้กระดาษแผ่น ม้วน หรือใช้ทั้งสองแบบ
  • ดูเส้นผ่านศูนย์กลางและน้ำหนักม้วนสูงสุด ไม่ดูเฉพาะความกว้าง
  • คำนวณพื้นที่ด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้างสำหรับเปลี่ยนม้วนกับซ่อมบำรุง

แยกประเภทเครื่องจากหมึกและปลายทางงาน

งานแบบแปลนและกราฟิกเทคนิค

เครื่องกลุ่ม Technical หรือ T-Series เน้นเส้น ตัวอักษร ความแม่นยำ และการจัดการกระดาษสำหรับ CAD แผนที่ โปสเตอร์ และกราฟิกสำนักงาน บางรุ่นมีแท็งก์หมึกหรือสแกนเนอร์ แต่ควรตรวจชนิดหมึกและวัสดุที่ผู้ผลิตรองรับก่อนนำไปทำงานนอกวัตถุประสงค์หลัก

งานภาพถ่ายและปรู๊ฟสี

เครื่องกลุ่ม Photo หรือ P-Series เน้นช่วงสี รายละเอียดโทน เฉดเทา และความสม่ำเสมอ เหมาะกับภาพถ่าย Fine Art ปรู๊ฟบรรจุภัณฑ์ และงานที่ต้องคุมสี จุดที่ต้องวางเพิ่มคือจอที่สอบเทียบ โปรไฟล์กระดาษ แสงตรวจงาน และรอบเปลี่ยนหมึกหลายสี

งานป้ายและสื่อทนสภาพแวดล้อม

เครื่องกลุ่ม Signage ใช้หมึกและระบบอบที่ออกแบบสำหรับไวนิล สติกเกอร์ และสื่อป้าย งานกลุ่มนี้ต้องคิดต่อถึงการแห้ง การเคลือบ การตัด กลิ่นและการระบายอากาศ รวมทั้งพื้นที่พักงานก่อนส่ง ไม่ควรตัดสินจากความเร็วพิมพ์โดยไม่รวมขั้นตอนหลังพิมพ์

งานซับลิเมชั่นและสิ่งทอ

เครื่อง Dye Sublimation พิมพ์ลงกระดาษทรานสเฟอร์แล้วนำไปรีดลงผ้าหรือวัสดุเคลือบ ส่วน DTG พิมพ์หมึกลงเสื้อโดยตรง ทั้งสองอยู่ในกลุ่มสิ่งทอแต่ใช้หมึก วัสดุ และเครื่องจบงานต่างกัน หากกำลังเลือกเครื่องสำหรับเสื้อ ควรอ่าน การเปรียบเทียบระบบพิมพ์เสื้อ ก่อนเทียบรุ่น

6 คำถามก่อนขอใบเสนอราคา

  1. พิมพ์วัสดุอะไรบ้าง และวัสดุนั้นต้องใช้หมึกชนิดใด
  2. ชิ้นงานกว้างยาวเท่าไร ต้องเผื่อตัดหรือเย็บเท่าไร
  3. ยอดงานเฉลี่ยต่อวันกับยอดสูงสุดต่อวันต่างกันแค่ไหน
  4. ต้องการความทนแบบใด เช่น โดนน้ำ กลางแจ้ง ซัก หรือสัมผัสผิว
  5. มีขั้นตอนหลังพิมพ์อะไรบ้าง เช่น อบ รีด เคลือบ ตัด หรือเย็บ
  6. พื้นที่ ไฟฟ้า การระบายอากาศ และคนคุมงานพร้อมหรือยัง

อย่าเทียบความเร็วจากตัวเลขบรรทัดเดียว

ความเร็วสูงสุดมักมาจากโหมดเฉพาะ ความละเอียดเฉพาะ และไฟล์ทดสอบที่ควบคุมไว้ การเทียบที่ใช้งานได้ควรใช้ไฟล์เดียว วัสดุเดียว โหมดคุณภาพที่ยอมรับได้ และจับเวลาตั้งแต่โหลดงานจนม้วนพร้อมเข้าขั้นตอนถัดไป ถ้ารุ่นหนึ่งพิมพ์เร็วกว่าแต่ต้องพิมพ์ซ้ำหรือรอแห้งนานกว่า กำลังผลิตปลายทางอาจต่ำกว่า

ต้นทุนที่มักหลุดจากตารางเปรียบเทียบ

  • หมึกที่ถูกใช้กับการล้างหัวพิมพ์และงานทดสอบ
  • กระดาษหรือวัสดุที่เสียระหว่างตั้งเครื่องและเปลี่ยนม้วน
  • อะไหล่สิ้นเปลือง กล่องบำรุงรักษา ใบมีด และชุดทำความสะอาด
  • เครื่องอบ เครื่องรีด เครื่องเคลือบ เครื่องตัด และไฟฟ้าของระบบทั้งหมด
  • เวลาของพนักงานตั้งไฟล์ เปลี่ยนวัสดุ ตรวจสี และแก้งาน
  • เวลาหยุดเครื่องและเงื่อนไขบริการเมื่อเกิดปัญหา

วิธีทดสอบก่อนตัดสินใจ

เตรียมไฟล์ที่แทนงานจริงอย่างน้อยสามแบบ ได้แก่ งานเส้นเล็ก งานสีทึบ และงานภาพหรือไล่โทน นำวัสดุล็อตที่ใช้ประจำไปทดสอบ ขอให้พิมพ์ในโหมดที่จะผลิตจริง แล้วพางานผ่านขั้นตอนอบ รีด เคลือบ หรือตัดให้ครบ เก็บเวลาทุกช่วงและชั่งปริมาณวัสดุเสีย วิธีนี้ให้คำตอบเรื่องกำลังผลิตกับต้นทุนมากกว่าการดูสเปกหน้าเว็บเพียงอย่างเดียว

สรุป

เครื่องพิมพ์หน้ากว้างที่เหมาะไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นที่กว้างหรือเร็วที่สุด แต่ต้องใช้หมึกตรงกับวัสดุ พิมพ์ขนาดงานจริงได้ และต่อเข้ากับขั้นตอนหลังพิมพ์ของร้านโดยไม่เกิดคอขวด เริ่มจากตัวอย่างงานกับยอดผลิต แล้วจึงเทียบรุ่นภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน จะลดความเสี่ยงซื้อเครื่องผิดประเภทได้มากที่สุด